อาจารย์อักษร ไพบูลย์

ประวัติอาจารย์ อักษร ไพบูลย์
อาจารย์เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา
วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙
๕ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย จ.ศ. ๑๒๖๙
 
    เริ่มเรียนชั้นประถมที่จังหวัดนครราชสีมา และเข้ามาเรียนในระดับมัธยมที่กรุงเทพ โดยเรียนที่ ร.ร. สวนกุหลาบ อาจารย์อักษร ท่านเก่งคณิตศาสตร์ มีความจำเป็นเลิศ มีผลการเรียนดีมาก สอบได้ที่ ๑ มาตลอด ทั้งได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เรียนดีหลายใบ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ท่านเก่งมาก ขณะเรียนที่สวนกุหลาบ ท่านพักอาศัยที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร จนจบชั้น ม. ๘ ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกันนั้นก็เป็นครู ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ อาจารย์อักษรได้เขียนเล่าไว้ว่า ในปี พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านได้ไปหาท่านอาจารย์เปลี่ยน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี ให้ท่านตรวจดวงชะตา ท่านอาจารย์เปลี่ยนได้พยากรณ์ว่า ในปี พ.ศ.๒๔๗๔ ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการสัญญาบัตร ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านจะได้บรรดาศักดิ์ และได้บุตรี ก็ได้ตรงตามคำพยากรณ์ของอาจราย์เปลี่ยนทั้งสองเรื่องท่านอาจารย์ อักษร ไพบูลย์ จึงกราบฝากตัวขอเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาโหราศาสตร์กับอาจารย์เปลี่ยน เป็นเวลา ๓ ปีเต็ม
 
     ในขณะที่เรียนอยู่นั้น ท่านก็ได้พบกับ นาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัย น.ร. บ้านท่านอยู่ข้างคลองมอญ ท่านมาหาอาจารย์เปลี่ยนที่วัดบางไส้ไก่ เป็นประจำ นาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัย เป็นอาจารย์โหราศาสตร์ของอาจารย์เปลี่ยน และแวะมาคุยเรื่องการพยากรณ์โหราศาสตร์ กับอาจารย์เปลี่ยนอยู่เสมอ ทั้งชี้แนะเพิ่มเติมให้
 
     อยู่มาวันหนึ่งอาจารย์เปลี่ยนนั่งสนทนากับนาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัยอยู่ ได้เรียกอาจารย์อักษรเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย ในวาระนั้นก็ได้ออกปากมอบให้อาจารย์อักษรเป็นลูกศิษย์ของนาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัย เพื่อให้เรียนวิชาโหราศาสตร์เพิ่ม และอาจารย์อักษรใช้เวลาเรียนวิชาโหราศาสตร์ กับนาวาเอกพระชลธารวินิจฉัยอีก ๒ ปี
 
     จากนั้น นาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัยก็พาอาจารย์อักษรไปพบกับท่านจัาคุณพระภัทรมุนี (มหาอิ๋น เปรียญ ๙) ที่วัดทองนพคุณ ซึ่งเป็นอาจารย์โหราศาสตร์ของนาวาเอกพระยาชลธารวินิจฉัยอีกที ท่านพระภัทรมุนี (มหาอิ๋น) ท่านเป็นโหรใหญ่แห่งยุครัตนโกสินทร์ มีชื่อเสียงคู่กันมากับ พระธรรมเจดีย์ (อยู่ ญาโณทัย) แห่งวัดสระเกษ ซึ่งต่อมาภายหลัง ได้เป็น สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๕ อาจารย์อักษรเรียนได้เรียนวิชาโหราศาสตร์อยู่กับท่านพระภัทรมุนี (มหาอิ๋น)ได้ ๓ ปี ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงธรรมการ (ศึกษาธิการ) ให้ออกไปเป็นครูใหญ่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้กราบลาท่านมหาอิ๋น เพื่อเดินทางไปรับราชการ รวมอาจารย์อักษร เรียนวิชาโหราศาสตร์ ๘ ปี
 
     ในขณะที่ศึกษาที่ธรรมศาสตร์ ต้องเดินผ่านถนนดินสอ (ถนนหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ) ได้พบกับคู่ชีวิตในอนาคตของท่าน คือ คุณแม่ พรรณี สถาปนวรรธนะ ซึ่งได้ย้ายมาจากสุพรรณบุรี ตามบิดาของท่านที่รับราชการตำรวจ ชื่อขุนเถลิงเดชขจร (จำปี สถาปนวรรธนะ) และมาทำขนมขายอยู่หน้าบ้านเช่าบริเวณถนนดินสอ และต่อมาจึงได้แต่งงานกัน ประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๒-๗๓
 
     เมื่อได้บรรจุเข้ารับราชการ ท่านรับราชการในกรุงเทพช่วงหนึ่ง (จากที่ท่านเขียนเอาไว้) จนได้รับการแต่งตั้งไปเป็นครูใหญ่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วต่อมา ท่านได้รับคำสั่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นศึกษาธิการจังหวัดหนองคาย ได้รับพระราชทานที่ดินจำนวนหนึ่งตามบรรดาศักดิ์ แต่ท่านอาจารย์อักษร ก็บริจาคไปจนเกือบหมด (ตรงนี้พี่วัชรินทร์ เล่าเสริมให้ฟัง) และตรงนี้มีเรื่องมาเล่าเสริม คือขณะที่ท่านรับราชการที่จังหวัดหนองคายนั้น ได้มีญาติท่านซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ชื่อคุณลุงเที่ยง ไพบูลย์ เรียนจบ ม. ๘ แล้วจึงเดินทางค้าขายจากกรุงเทพ ไปคัาขายและเที่ยวเล่น ยังจังหวัดทางภาคอีสาน และได้เดินทางมาพักอาศัยที่จังหวัดหนองคาย ได้ยินคนในตลาดคุยกันถึงศึกษาธิการที่ย้ายมาใหม่ชื่อคุณอักษร ไพบูลย์ ซึ่งพอได้ยินว่านามสกุลเดียวกัน จึงได้รีบเดินทางไปขอพบยังที่ทำงานของอาจารย์อักษร และได้พบพูดคุยกัน ทราบว่าทางลุงเที่ยงยังไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ทั้งเห็นว่ามีความรู้จบ ม.๘ ท่านอาจารย์อักษร จึงฝากให้ทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดจังหวัดหนองคาย (ข้อมูลนี้ คุณลุงเที่ยง ไพบูลย์ กรุณาเล่าให้ผมฟัง ปัจจุบันท่านอยู่ที่เชียงใหม่กับลูกหลาน)
 
     จากนั้นท่านย้ายไปเป็นศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม และมาก็เป็นศึกษาธิการที่จังหวัดนครราชสีมา ท่านเป็นศึกษาธิการ แห่งละหลายปี แล้วย้ายเป็นผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง ชั่วระยะเวลาหนึ่ง จึงได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งท่านรับราชการที่นี่อยู่นานหลายปี พี่วัชรินทร์ก็เรียนหนังสือที่โรงเรียนอยุธยาฝิทยาลัย ท่านอาจารย์อักษร เกษียรอายุราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการประจำกระทรวงศึกษาธิการ
     อาจารย์ อักษร ไพบูลย์ คุณแม่พรรณี
      มีบุตรธิดารวม ๗ ท่าน คือ
๑. อ.สุพร (ไพบูลย์) ภมรสูตร
๒. นพ.มนูญ ไพบูลย์
๓. คุณทัศนีย์ (ไพบูลย์) รื่นนาม
๔. คุณนิกร ไพบูลย์
๕. คุณนาตยา ไพบูลย์
๖. คุณวัชรินทร์ ไพบูลย์
๗. คุณนุชนารถ (ไพบูลย์) ธุวนลิน
    เมื่อท่านอาจารย์เกษียรอายุจากตำแหน่งทางราชการแล้ว ท่านมีเวลามากขึ้น มีเวลาค้นคว้าการพยากรณ์โหราศาสตร์ เข้มข้น ทั้งศึกษาอเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ พี่วัชรินทร์ ไพบูลย์ กรุณาเล่าให้ผมฟังว่า ท่านอาจารย์อักษร เมื่อพักผ่อนที่บ้าน ท่านจะอ่านตำราและมีตำราโหราศาสตร์อยู่ใกล้มือเสมอ แม้ยามก่อนนอนท่านก็อ่านตำรา แม้ที่หัวเตียงก็มีตำราโหราศาสตร์วางไว้หลายอยู่เล่ม นับแต่เกษียณออกมานานหลายปี เมื่อถึงวันเสาร์ - อาทิตย์ ท่านก็จะชวนพี่วัชรินทร์ ขับรถพาท่านไปหาพระภิกษุที่มีชื่อเสียงทางพยากรณ์ เป็นอาจารย์โหร ตามวัดต่างๆ ที่มีความรู้และพยากรณ์ด้วยวิชาโหราศาสตร์ เช่น หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี พระครูใบฎีกาพยากรณ์ วัดแสนสุข บางแสน และอีกหลาย ๆ ท่าน อาจารย์อักษร จะไปพูดคุยสอบถามเรื่องการพยากรณ์ และเอาอะไรพยากรณ์ถึงแม่นยำ ดังมีข่าวว่ามีพระรูปหนึ่งพยากรณ์ว่า อาภัสรา หงสกุล จะได้ตำแหน่งนางงามจักรวาล และเมื่อประกาศผล คุณอภัสรา หงสกุลได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลจริง สมดังคำพยากรณ์ ท่านอาจารย์อักษร ได้ยินกิตติศัพท์ไดัสอบถามจนรู้ชัด จึงชวนพี่วัชรินทร์ให้ขับรถไปหา พระชื่อดังรูปนั้น คือ พระครูใบฎีกาพยากรณ์ (อาจารย์ท้วม) แห่งวัดแสนสุข บางแสน จังหวัดชลบุรี

    เมื่อเดินทางไปถึง ท่านเข้าไปกราบแลัวพูดแนะนำตัว ทั้งขอความรู้จากท่าน ถามท่านพระครูใบฎีกา พยากรณ์ว่า ท่านใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ใช้ตัวใดมาพยากรณ์ ซึ่งท่านพระครูก็ไม่บังวิชา บอกให้หมดว่า ใช้ตัวใดมาอ่าน และพยากรณ์ ในยุคนั้น ท่านพระครูใบฎีกาพยากรณ์ หรือ อาจารย์ท้วม มีชื่อเสียงโด่งดังมาก มีดาราและคนนับถือมากมาย นี่แสดงให้เห็นถึงความรักในวิชา และความไม่ถือตัวถือศักด์ศรี เคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ความรักในความรู้ นักในวิชาโหราศาสตร์ ของอาจารย์ อักษร ไพบูลย์ ได้เป็นอย่างดี เพราะเพื่อความรู้ในวิชาการพยากรณ์แล้ว ท่านทุ่มเทด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ แสวงหาวิชาจากอาจารย์เก่ง ๆ เสมอ แม้จะสูงด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ท่านก็ถ่อมตนให้กับผู้รู้ในวิชาโหรอย่างยิ่ง สมเป็นผู้รักในวิชาโหราศาสตร์อย่างแท้จริง 

    ท่านได้รับเชิญไปสอนที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อยู่หลายปี และมาตั้งชมรมโหราวิทยา หรือ ชมรมนักพยากรณ์ ที่วัดสามพระยา อีกสิบกว่าปี และท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๕ สืริรวมอายุ ๙๖ ปี ท่านได้เรียบเรียงตำราโหราศาสตร์ไว้ ๔ เล่ม และเขียนบทความหลักการพยากรณ์ลงในหนังสือโหราเวสม์ ซึ่งอ.ธนกร สินเกษม อดีตนายกสมาคมโหร ได้รวบรวมบทความเหล่านั้นไว้ จัดทำได้อีก ๑ เล่ม ทั้งมีบทความที่อาจารย์อักษรเขียนลงในหนังสือ "กฏพยากรณ์แห่งโหรสยาม" ของสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๕ อีก ๑ บทความ เท่ากับหนังสือตำราโหร ของท่านอาจารย์ อักษร ไพบูลย์ มี ๕ เล่ม กับอีก ๑ บทความ ที่พบ ณ.ขณะนี้ (พ.ศ.๒๕๖๒) อาจมีหลงอยู่อีกครับ

 
ผู้เรียบเรียง : อ.สรรพสิทธิ์ แซ่โง้ว

ขอบคุณที่มา   
:  https://www.facebook.com/100066890976732/posts/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3-%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C/875787927994232/?locale=th_TH
#Byคุณยายกลิ่นโสม
#เรียนดูดวงไทย
#อ่านดวงอิงดาวกับคุณยายกลิ่นโสม
#
โหราศาสตร์ไทย Thai Astrology 
#เรียนดูดวงที่ : www.baankhunyai.com
#เล่าเรื่องจากเรือนดาวByคุณยายกลิ่นโสม(ครูแหม่ม)
#อ่านดวงไทยสบายสบายตามสไตล์คุณยายกลิ่นโสม
#โหราศาสตร์ไทยเรียนด้วยตนเองที่ : www.baankhunyai.com
    ------------------------------------
  สนใจดูดวงติดต่อ: baankunyai 102 100450
         

  • 1.png
    ื ประสบการณ์จากการสอน โดย อักษร ไพบูลย์ ต่อจากฉบับที่ ๑๙๕ เดือนมิถุนายน ๒๕๓๓ ในคราวที่แล้วมา ข้าพเจ้าได้พูดถึงการพยากรณ์พื้นดวงชะตา พพพอเป็นสังเขปดังนี้ ข้าพเจ้าจะได้พูดถึงรายล...

  • Screenshot 2026-07-10 190912.png
    ประสพการณ์จากการสอน โดย อักษร ไพบูลย์ คนใดเกิดวันใหนให้ถือวันนั้นเป็นบริวาร แล้วไล่ไปตามลำดับ เช่น คนเกิดวันพฤหัส(๕) ให้ใช้ดาวพฤฆฆัส(๕)เป็นบริวาร แล้วไล่ไปตามลำดับตามนี้ พฤหัส(...

  • เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียดกรุณาใส่ข้อความ …

  • เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียดกรุณาใส่ข้อความ …
Visitors: 290,401