ดวงนักเขียนนักพูด
ดวงนักเขียนนักพูด ..โดยกระจกฝ้า
"อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน"
เจ้าของสุภาษิตสอนใจเตือนใจอันอมตะนี้ เป็นของ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งแต่งในปี พ.ศ.2485 ก่อนผู้เขียนเกิด และพิมพ์เป็น ส.ค.ส.แจกญาติมิตรสนิทและข้าราชการ ในสำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ.2504 อันเป็นปีใหม่สุดท้ายก่อนถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2505 เวลา 6.20 น.
ท่านผู้นี้มีความอุตสาหะ วิริยะเป็นอย่างยิ่ง คุณสมบัติเหล่านี้มีมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยในเยาว์วัย เพราะพ่อแม่ไม่มีทุนจะให้ศึกษา จึงใช้วิธีในสมัยนั้น ให้เข้าศึกษาในทางธรรมอยู่ในวัดมหาธาตุ ตั้งแต่อายุ 13 จนถึงอายุ 20 ปี สอบไล่ได้เปรียญ 5 ประโยค จึงออกจากวัดเข้ามาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ และเรียนกฎหมาย หาเงินซื้อหนังสือไม่ได้ จำต้องขอยืมหนังสือของเพื่อนมานั่งลอกคัดตั้งเล่มโต เพราะรับเงินเดือนครั้งนั้น 20 บาท ไม่มีที่อาศัยต้องเช่าห้องอยู่ และเสียค่าอาหารของตนเอง
คราวหนึ่งป่วยเป็นไข้อยู่คนเดียวตั้งสองวัน จนเพื่อนบ้านใก้ลเคียงเขารับเอาไปรักษาไว้ที่บ้านเรา ท่านผู้นี้ได้บันทึกไว้ว่า ถ้าเขาไม่มาเห็นเข้า บางทีก็จะตายเสียแล้ว
ท่านผู้นี้ได้ทิ้งผลงานการประพันธ์ไว้มากมาย มี "หนังสือราชการ" 34 เรื่อง "นวนิยาย" ไม่ต่ำกว่า 111 เรื่อง "บทความและสารคดีต่างๆ" อีก 156 เรื่อง "บทเพลงที่แสดงในโอกาสพิเศษต่างๆ" มี 28 เพลง และ "บทเพลงประกอบละคร" มี 104 เพลง ยังมีคำสอนและปาฐกถาในที่ต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถจาระไนได้หมดในบทความชิ้นนี้
เจ้าดวงชะตาท่านนี้ เคยเขียนไว้ว่า "เวลาเกิดของข้าพเจ้าก็ไม่แน่นัก พ่อบอกแต่เพียงว่า พอแม่นี้กระดานไฟ ก็เห็นพระออกบิณฑบาตร ตามทางโหราศาสตร์ก็คำนวณกัน ก่อนรุ่ง" ท่านผู้นี้ ถ้ายังมีชีวิตอยู่จนปัจจุบันนี้(พ.ศ.2531) ก็จะมีอายุ 90 ปี เพราะท่านเกิดที่แพไม้ไผ่ฝาขัดแตะ ตำบลสะแกกรัง อำเภอน้ำซึม จังหวัดอุทัยธานี เมื่อปี พ.ศ.2441 และจะได้ปูมดวงของท่านนี้

เจ้าชะตาเป็นชาย เกิดวันที่ 11 สิงหาคม 2441 เวลา 03.00 น. วันพฤหัส แรม๙ค่ำ เดือน๙ ปีจอ
เจ้าชะตาดวงนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านดูกลุ่มดาวในราศีกันย์ อันเป็นภพปุตตะของลัคนา มีดาวเกาะกุมกันอยู่ 2 ดวงคือ ดาวศุกร์(นิจ) เป็นตนุลัคน์และอริลัคน์ ดาวพฤหัส ๕ (ประ) เป็นเจ้าเรือนภพมรณะ และภพลาภะ ทั้งคู่สถิตอยู่เรือนของดาวพุธ ๔ โดยเจ้าเรือนดาวพุธ ๔ ไปสถิตอยู่เรือนดาวอาทิตย์๑ ราศีสิงห์ ในภพพันธ์ เป็นตนุเศษเมื่อเรียงลำดับดาว ตั้งแต่ตนุลัคน์ดาวศุกร์ ๖ สถิตเรือนดาวพุธ ๔ ราศีกันย์ แล้วดาวพุธ ๔ สถิตเรือนดาวอาทิตย์ ๑ ราศีสิงห์ เมื่อดาวอาทิตย์๑ ไปสถิตย์เรือนของดาวจันทร์๒ ราศีกรกฎ ภพสหัสชะ และดาวจันทร์ ๒ ก็ไปสถิตย์อยู่เรือนดาวศุกร์ ๖ เป็นมหาอุจ ราศีพฤษภ กุมลัคนาอีก วนเวียนอยู่ ๔ ราศี การสลับเรือนกันในมุมนี้ของดาว น่าจะถือได้ว่าเป็นเกษตร อันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกันมหาเกษตร เกษตร ๓ เรือนเกษตรเหมือนกัน ฉะนั้นผลก็คือฐานะของตนเองจะมั่นคงเป็นปึกแผ่นได้ แต่ผลแห่งอริและมรณะก็ย่อมเกิดเช่นกัน กล่าวคือ จะกล่าวคือจะเดือดร้อนและเสียหาย ล้มลุกคลุกคลานเสียก่อน แล้วจึงจะ ลาภะ+พันธุ+สหัสชะ หมายความว่าจะตั้งตัว เป็นหลักฐานสำเร็จได้ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ภายหลัง ดังมีประวัติโดยย่อข้างต้นที่