ดาวพักร เสริด มนท์



เรื่อง ดาวพระเคราะห์  ดาวพักร เสริดมนท์

ดาวพักร เสริดมนท์ เป็นอาการของดาว ซึ่งเป็นการเดินโคจรวิกลคติ ผิดปกติไปจากการโคจรตามปกติ โดยมีผลกับการพิจารณาดวงชะตาเดิมและดวงจร ซึ่งในปัจจุบันมีนักโหราศาสตร์หลายๆท่านมิได้ให้ความสำคัญกับจุดเหล่านี้เท่าไหร่แล้วแต่จะให้ความสำคัญกับดาวย้ายกันเสียมากกว่า 

ยายก็บ่นไปเขียนไปแร่ะ เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจและผู้ที่กำลังศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย และใช้สำหรับเป็นหลักประกอบการอ่าน เพิ่มเติมขยายความเพิ่มต่อไป เพราะจริงๆแล้วมันมีส่วนสำคัญในการพยากรณ์ด้วยเหมือนกัน

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักอาการของดาว พักร เสริด มณฑ์ คืออะไรยังไง

 พักร  เมื่อดาวเคราะห์ใดทิ้งระยะห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น กำลังเคลื่อนของดาวนั้นจะช้าลงหรือถอยหลัง เรียกว่าดาวดวงนั้นพักร คือเมื่อดาวเคราะห์ออกอยู่นอกทางที่อยู่นอกทางที่อยู่ในระยะใกล้ชิดกับดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นทางโคจรธรรมชาติของดาวเคราะห์นั้นเอง  เพราะเมื่อถอยห่างจากดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์นั้นก็เสียกำลังดึงดูดที่ได้จากดวงอาทิตย์ไปทีละเล็กละน้อยเพื่อให้ได้กำลังนั้นคืนมา ดาวเคราะห์จึงมีอาการพักร

 เสริด  เมื่อดาวเคราะห์ใดเคลื่อนจากระยะไกลอาทิตย์ เข้าระยะใกล้อาทิตย์ย่อมใกล้เข้าไปก็ได้กำลังดึงดูดจากอาทิตย์มากขึ้น ดังนั้นจึงเพิ่มกำลังความเร็วขึ้น เรียกว่าเสริด  คือความเร่งรีบ

 มนท์  คือดาวเคราะห์โคจรอยู่ในลักษณะเริ่มช้าลง พิกัดแต่ละวันเริ่มลดลง ๆ เป็นอย่างนี้อยู่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วก็กลับโคจรย้อนวิถี

 ในตำราโหราศาสตร์สมัยปัจจุบัน ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงกันในเรื่อง "พักร มน เสริด"นี้เท่าใดนัก จึงทำให้ผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ไม่ค่อยเข้าใจในความหมายของอาการดาว  จึงไม่ให้ความสำคัญ และไม่ใช้เลยก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก

อาการดาวโคจรวิกลคติ มีทั้งหมด ๓ อาการ ดังนี้

 ๑.โคจรพักร (Retrograde Motion) คือ การโคจรถอยหลัง ทำให้มีลักษณะชะงัก ล่าช้า ยืดเยื้อกว่าที่ควรจะเป็น แท้จริงแล้ว ในหลักความเป็นจริง ดาวเคราะห์โคจรไปข้างหน้าตามปกติ ไม่สามารถโคจรถอยหลังได้แต่อย่างใด

กรณีที่เราเห็นว่าดาวดวงใดดวงหนึ่งเกิดการโคจรถอยหลังนั้น อันเนื่องมาจากดาวดวงนั้น กำลังโคจรไปอยู่ในด้านกว้างของวงโคจรระบบสุริยะจักรวาลไกลออกไปมาก โลกเลยโคจรหมุนเร็วกว่า เหมือนรถกำลังเข้าโค้งในวงใน ทำให้รถที่อยู่ในวงนอกแลดูไกลออกไปนั่นเอง จึงทำให้มุมในการมองจากพื้นโลก เห็นดาวดวงนั้นโคจรช้าลงเรื่อยๆ จนมีการ “โคจรถอยหลัง” เกิดขึ้น

 สำหรับการพิจารณานั้น ถ้าดาวพระเคราะห์ใดโคจรถอยหลัง "พักรองศา" อย่างเช่น ดาวพุธ(๔) โดยในแต่ละรอบปีจะพักรอย่างน้อย ๔ ครั้ง หลักครู "ทายเจรจาพูดอ่อนหวานให้ทายพุธ" ซึ่งการหมายถึง การเรียนการศึกษา ความนึกคิด การพูดการเจรจาติดต่อสื่อสารทุกชนิด รวมไปถึงเอกสารต่างๆ การสอบ เป็นต้น

ถ้าในจังหวะที่ดาวพุธ(๔)พักร มันจะทำให้เกิดการชะงัก ความล่าช้า เอาแน่เอานอนไม่ได้ เรียกง่ายก็คือมันสะดุด ในเรื่องของการเรียน การสอบ ความคิดความอ่าน และการเจรจาติดต่อสื่อสารทุกชนิด รวมถึงเอกสารต่างๆ

ยกเว้น พักรและดับ จึงจะถือว่าดีและให้คุณ เพราะถูกสนามแม่เหล็กของโลกดึงดูด โคจรใกล้โลกอีกครั้ง และถ้าของเดิมพักรในดวงชะตา ของจรพักรด้วย อย่างนี้ถือว่าดีไม่เสีย ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ เสมือนคนขาเป๋แต่เดิม ปัจจุบันให้เดินช้าๆ อย่างนี้ดีไม่มีปัญหา แต่ถ้าให้เดินเร็วๆ หรือ "เสริด" อย่างนี้ขาฉีกขาเจ็บได้ ทันที ฉันใดฉันนั้น

หรือดาวพฤหัสบดี(๕) พักร ซึ่งหลักครู "ทายปัญญาบริสุทธิ์ให้ดูพฤหัสบดี" หมายถึง สติปัญญาภายใน เหตุผล รวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ หมอ ครูบาอาจารย์ เป็นต้น ถ้าเกิดพฤหัสบดี(๕) พักรองศา จะต้องระวังในเรื่องของการเจ็บป่วยให้มาก อันเนื่องมาจาก หมอจะรักษา หรือ วินิจฉัยโรคผิดพลาด ไม่เป็นแต่บอกว่าเป็น เป็นช่วงที่ได้หมอไม่ดี  และหมอรักษาไม่จริงจัง ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "เลี้ยงไข้" อันนี้ถือเป็นหลักสัจจสูตร ชัดเจนที่สุดเหมือนกัน เห็นมานักต่อนักแล้ว เชื่อขนมกินได้เลยทีเดียว ถ้าเกิดมีการใช้เส้น แล้วดาวพฤหัสบดีพักรองศานี่ล่ะก้อ จะเป็นในลักษณะขอไปที ไว้ก่อนนะ เดี๋ยวฝากให้อีกที เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ จึงช่วยเหลือเราไม่เต็มที่นั่นเอง

ถ้าดาวศุกร์(๖) พักรองศา หลักครู "ทายกิเลสโภคทรัพย์ให้ทายศุกร์" หมายถึง การเงินและความรักโดยตรง มันมีผลทำให้ความรักมีลักษณะเป็นไปอย่างช้าๆ เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ เดี๋ยวก็รัก เดี๋ยวก็ไม่รัก เงินที่จะได้เป็นก้อนๆ ก็จะได้แบบขยักขย่อน ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างนี้เป็นต้น

 ๒.โคจรเสริด (Progress) คือ การโคจรเร่งรีบไปข้างหน้า ทำให้มีลักษณะรวดเร็วกว่าปกติ สำหรับการโคจรเสริดนั้น จะเป็นหลังช่วงที่โคจรตามปกติก่อนพักรองศา เสมือนรถกำลังคิกดาว พอใกล้ช่วงทางโค้งจะลดความเร็วลง เรียกว่า "พักร" พอเริ่มจะหยุดนิ่งในโค้ง เราเรียกว่า "มนฑ์" พอจะออกจากโค้งแล้ว จะเข้าสู่อาการพักรอีกรอบ และจะโคจรปกติ เสริด ตามลำดับ อย่างนี้เป็นต้น

สำหรับการพิจารณานั้น ถ้าดาวพระเคราะห์ใดโคจรเร่งรีบ "เสริด" อย่างเช่น ดาวพุธ(๔) ซึ่งการกหมายถึง การเรียนการศึกษา ความนึกคิด การพูดการเจรจาติดต่อสื่อสารทุกชนิด รวมไปถึงเอกสารต่างๆ การสอบ เป็นต้น ดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้นแล้ว

มีผลทำให้การเจรจาติดต่อสื่อสารในช่วงนั้น มีลักษณะเร่งรีบ ถ้าเป็นในรูปแบบเอกสาร จะเป็นเอกสารด่วน หรือการเรียนการสอบนั้น มีผลรวดเร็ว อยู่ๆก็ทำการสอบเฉยแบบไม่ได้ทันตั้งตัว อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันมีข้อดีและเสียในตัวของมันเองด้วย จริงอยู่รวดเร็ว แต่ก็ทำให้เสียเร็วด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์(๖) เป็นอุจจ์ร่วมเสาร์(๗) อย่างนี้บ่งบอกว่าเสียแน่ แต่ถ้าเสริดด้วยเล่นเอาพรวดเดียวหมดตัวได้เหมือนกัน มีผลเสียอย่างรวดเร็ว อย่างนี้เป็นต้น

๓.โคจรมนฑ์ (Stationary) คือ อาการโคจรช้ากว่าปกติ และหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ค่อยไปไหน

สำหรับการโคจรมนฑ์นั้น จะมีผลหลังจากพักรองศาทันที และจะโคจรมนอยู่ไม่กี่วัน จะเริ่มทำการโคจรเป็นปกติ และเสริดตามลำดับ เหมือนกับตัวอย่างรถ ดังที่ได้อธิบายไปนั่นเอง 

สำหรับการพิจารณานั้น ถ้าดาวพระเคราะห์ใดโคจรหยุดนิ่ง "มนฑ์" อย่างเช่น ดาวพุธ(๔) มันจึงทำให้การพูดการเจรจาในช่วงนั้น มีผลยังไม่ค่อยได้ความ ไม่มีการคืบหน้า หรือ พักเอาไว้ก่อนนั่นเอง พอโคจรเป็นปกติแล้ว จึงมีผลทำงานต่อไปตามลำดับ 

หรือถ้าดาวศุกร์(๖) โคจรมนฑ์ มันก็ทำให้ความรักในช่วงนั้น ยังคงเฉยๆ การเงินก็ยังไม่ได้ มันจะไม่เหมือนกับอาการพักร "โคจรถอยหลัง" อย่างนี้ได้ แต่เป็นอย่างช้าๆ นั่นเอง 

ดาวเคราะห์แต่ดวง ต่างก็มีวิถีโคจรของตนเองเป็นอิสระ และโคจรรอบโลกแบบทวนเข็มนาฬิกา ยกเว้นเฉพาะราหูและเกตุซึ่งโคจรนอกแบบ คือโคจรเพื่อให้ผ่านพ้นราศีหนึ่ง ๆ ก็ต้องกินเวลานานกว่าตำแหน่งของดาวที่อยู่ใกล้โลก

 .................................................................

หมายเหตุ ปล.ยาวหน่อยนะ

อาการดาวโคจรวิกลคติทั้ง ๓ นี้ โหรฯโบราณมิได้หนังสือหรือตำราเล่มใดเขียนเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแต่เขียนบอกไว้แต่สั้นๆ เราผู้ศึกษาก็ต้องเรียนไปสังเกตไป แต่ใช้หลักที่ครูโหรฯ ให้ไว้มาออกคำพยากรณ์ 

อาการดาวโคจรวิกลคติทั้ง ๓ นี้ ถือว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ว่าจะเป็นดวงชะตาเดิม หรือจรก็ตาม แต่อย่างไรเสีย เราต้องถือว่า ดาวเดินปกติจะดีที่สุดนะ เมื่อดาวเดินไม่ปกติ เราต้องมาอ่านโครงสร้างดวง 

วอย่างเช่น พุธ(๔) พักรในดวงชะตาเดิม มันมีผลทำให้การเรียนการศึกษาชะงัก ล่าช้า ซ้ำชั้น เรียนนอกชั้นไม่เหมือนชาวบ้านเขา หรือ พูดช้ากว่าปกติ คิดช้ากว่าคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น หรือถ้าเป็นดาวเสาร์(๗) ซึ่งให้ความโทษทุกข์ ถ้าโคจรพักรองศา อย่างนี้ทำให้กำลังของดาวถดถอยลงไปครึ่งนึง จึงไม่ทุกข์หนักในทีเดียว แต่จะทุกข์ทีละนิดเรื่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวก็ไม่ทุกข์ อย่างนี้เป็นต้น

และผมหลังว่าบทความนี้ จะพอเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทยอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

 

ที่มา : อ.ตากล โหราศาสตร์พรหมนคร      

       : http://www.horawej.com



Byคุณยายกลิ่นโส
#โหราศาสตร์ไทยเรียนด้วยตนเอง ได้ที่ #http://www.baankhunyai.com


Visitors: 101,661