อาจารย์วิวัฒน์ จารึกสิริ

     เคล็บลับ การพยากรณ์ของครู   โดยวิวัฒน์  จารึกสิริ 

   
           
          เคล็บลับ การพยากรณ์ของครู  


การหาฤกษ์บวช และสึก พระแบบง่ายๆจากสุนทรภู่ 
สุนทรภู่นอกจากจะเก่งกวีในการแต่งกลอน โคลง แล้ว  ท่านยังมีความรู้ในด้านวิชาโหราศาสตร์อย่างยอดเยี่ยม  ในหนังสือของท่านนั้นได้สอดแทรกเกร็ดวิชาโหราศาสตร์ อยู่เนืองๆ และจำได้ง่ายด้วย 

เรื่องการหาฤกษ์การบวชและการสึกพระเป็นเรื่องใหญ๋ สำหรับคนไทยหรือผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ  นักโหราศาสตร์มักจะใช้เวลามกในการหาฤกษ์ดังกล่าว หากไม่มีความชำนาญมากพอ โดยมารยาทแล้วเขาจะรีบหาฤกษ์ให้เด็ดขาด 

การหาฤกษ์นั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกระอักกระอ่นใจแก่โหรมิใช่น้อย เนื่องจากคนโบราณนั้นส่วนใหญ่มักจะจำวัน เดือน ปี เกิดเวลาตกฟากไม่ได้ การหาฤกษ์บวชและสึกพระย่อมจะหาไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามโหราโบราณ ท่านก็มีวิธีการหาฤกษ์ยามใหได้เช่นกัน

ท่านสุนทรภู่ได้ประพันธ์เรื่องพระอภัยมณี ซึ่งเป็นวรรณคดีที่สำคัญเล่มหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้กล่าวถึงของเมืองเมืองไทยท่านได้กล่าวถึงวิธ๊การหาฤกษ์บวชและบวชสึกพระจากฤกษ์ล่าง ซึ่งเป็นวิธีแบบง่ายๆ ที่นิยมใช้ในสมัย ต้นรัตนโกสินทร์คือหาฤกษ์จากวันอมฤตโชค ซึ่งเป็นฤกษ์ล่างนั่นเอง ท่านกวีเอกกล่าวเป็นคำกลอนไว้ดังนี้ :- ฤกษ์วันนี้สี่ค่ำเป็นอำมฤก ใครบวชสึกวิบัติปัดไหม 

วันอมฤตโชค มีดังนี้คือ
วันจันทร์    ๓   ค่ำ
วันอังคาร   ๙   ค่ำ
วันพุธ        ๒   ค่ำ
วันอาทิตย์  ๘   ค่ำ 
วันศุกร์       ๑    ค่ำ 
วันเสาร์      ๕    ค่ำ
วันพฤหัส    ๔   ค่ำ
นี่คือวันอมฤตโชคนั่นเอง เหมาะที่จะใช้ในการบวชและสึก นอกจากวันอมฤตโชตยังเหมาะสำหรับการบวชและสึกพระแล้ว วันอมฤตโชคยังเหมาะสมสำหรับใช้ในพิธีต่างๆ เช่น หล่อพระพุทธรูป การปัดรังควาญ กรสร้างวัตถุมงคลต่างๆ การรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์  สร้างบ้านให้เกิดสิริมงคลการขอพรจากผู้ใหญ่  การไหว้พระขอพรจากพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีมงคลต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่  หรือการแก้อาถรรพ์ในบ้าน การตั้งพระพุทธรูป สามารถใช้วันอมฤตโชคได้หมด วันอมฤตโชคเหมาะสำหรับการล้างอาถรรพ์ด้วย

สมเด็จพระสังฆราช (อยู่  ญาโณทัย) สังฆราชองค์ที่๑๕  แห่งวัดสะเกศ(พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ พ.ศ. ๒๕๐๘ ) ท่านเป็นนักโหราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่แม่นยำมากของเมืองไทย พระองค์ท่านนิยมใช้วันอมฤตโชคในการหล่อพระพุทธรูป การสร้างวัตถุมงคล พระเครื่อง พระบูชา การลงอักขระเลขยันต์มาก 

คราวหนึ่งหลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง จังหวัดนนทบุรี มีความคิดจะสร้างวัตถุมงคล หล่อพระกริ่ง ขันน้ำมนต์ หล่อพระสีวลี พระเครื่องที่เป็นแบบพระผง และวัตถุโลหะนั้น  หลวงพ่อแฉ่งได้กราบทูลขอฤกษ์ ที่จะสร้างจากสมเด้จพระสังฆราช(อยู่) ในสมัยที่พระองค์ท่านยังดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านให้ฤกษ์เป็นวันพฤหัสขึ้น  ๔ ค่ำ ตรงกับวันอมฤตโชค ปรากฎว่าสร้างและบรรจุ พุทธคมเรียบร้อยแล้วเป็น ที่นิยมสะสมพระเครื่องอย่างยิ่ง 

เรื่องหาฤกษ์บวชและสึกพระนั้น  ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ที่ดีแล้ว ควรตรวจดวงชะตาของผู้ที่ขอบวชหรือสึกนั้นอย่าง ละเอียดเสียก่อน หากดวงชะตาของเขาอยู่ในเกณฑ์เคราะห์หาม ยามร้าย  หรือดวงของเขาชะตากำลังจะขาดมีเคราะห์หนักๆแล้ว ไม่ควะจะให้ท่านผู้นั้นสึกจากการเป็นพระ 

ฤกษ์เปิดร้านค้า เปิดตลาด 

จากสมุดบันทึกของท่านอาจารย์ที่สอนโหราศาสตร์ ให้ผู้เขียน ผู้เขียนได้บันทึกเรื่องฤกษ์การเปิดร้านค้า ธุรกิจตลาดดังนี้ 

การเปิดร้านค้า ธุรกิจ ตลาดนั้นควรใช้เทศาตรี
ฤกษ์เทศาตรีนั้นเป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับเปิดธุรกิจ เป็นที่นิยมแก่มหาชน กล่าวง่ายๆมีคนนิยมชมชอบที่จะมาใช้ บริการสินค้าชนิดนั้น  เนื่องจากผู้ดำเนินการนั้นเป็นคนไม่ถือตัว ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง พูดให้ชัดก็คือ เป็นคนของประชาชนนั่นเอง

การใช้ฤกษ์ราชาและเทวีไม่ดีแน่ คนมักจะเกรงกลัว ไม่กล้าเข้าหาแล้ว สินค้าจะขายออกได้อย่างไร

ส่วนมหัทโนนั้น เหมาะแก่การเก็บสะสมทรัพย์ ฉะนั้นฤกษ์ที่เหมาะควรใช้ฤกษ์เทศาตรีจะดีกว่า 

วันเหนียว
เรื่องเกี่ยวกับวันเหนียวนี้ ผมเคยอ่านบทความเกี่ยวกับพระเครื่องของคุณประถม อาจสาคร  ซึ่งเขียนในงามหนังสืออนุสรณ์ฌาปนกิจศพ คุณแม่หรี่ อาจสาคร วัดโสมนัสวิหาร พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้กล่าวถึงวันเหนียวไว้ดังนี้

วันเหนียว เป็นวันเฉพาะตนโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ทราบว่าเป็นวันอะไรแน่ พยายามสอบถามได้ความเพียงว่าให้สังเกต หากวันใดถ่ายอุจจาระจมก็วันนั้นแหล่ะ ไม่ต้องมีอะไรเหนียว ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่นิยมการใช้พระแม้แต่เรื่องการลงกระหม่อนสักยันต์ก็ไม่เคยวันหนึ้งถุกสุนัขกันอย่างแรงไม่เข้า เป็นที่แปลกใจ เกิดเพราะบังเอิญไปเจอเอาวันเหนียวเข้า

การหาลัคนาของโหรแฉล้ม เลี่ยมเพชรรัตน์ และอาจารย์เลี่ยม 
โหรเพชรรัตน์ ท่านเป็นโหรที่เก่งกาจฉมังในด้านพยากรณ์ มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุค ๔๐-๕๐ ปีก่อน ท่านเคยเป็นนักโทษ การเมืองและสามารถวางฤกษ์แหกคุกจนสำเร็จโดยปลอดภัย ซึ่งเป็นที่ยกย่องของคนในยุคท่านเป็นอันมาก 

เรื่องการหาลัคนานั้นเป็นเรื่องที่ปวดหัวสำหรับโหรทุกสมัย บ่อยครั้งคนที่มาให้พยากรณ์มีลัคนาสองราศี บางคนอาจจะถึง ๓ ราศีทำให้ยากแก่การตัดสินใจสำหรับนักพยากรณ์มาก 

ท่านโหรเพชรรัตน์มีเคล็บลับสำหรับการหาลัคนาผู้หญิงดังนี้ 
" ผู้หญิงไม่ได้เวลาเกิด วางลัคนาไม่ได้ถูกให้ถามระดูเขามาวันไหนพอได้วันระดูมาก็จับวางจันทร์ลง แล้ววางลัคนาตรงข้างท้ายเกิดผิดไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซนต์"   สำหรับเคล็บลับในการพยากรณ์ดวงชะตา ท่านโหรแฉล้ม เลี่ยมเพชรรัตน์ว่า 

"ขอนักเรียนโหรพวกเราขึ้นต้นการทาย อย่าทายสิบสองราศีเลย  เช่นนิสัยใจคอที่ลัคนา ทายทรัพย์ที่กดุมภะ ทายสหายที่สหัสชะ จงทายดังนี้ คือรวมดวง ๑๒ ราศี  หาตัวเด่นในดวงก่อนเด่นอะไรก็ทายไอ้นั่น"

กระผมอ่านตำราโหราศาสตร์ทุกเล่มมาตั้งแต่หนังสือโหราศาสตร์ที่พิมพ์สมัยหมอบรดเลย์ปลายสมัยรัชกาลที่๔ จนถึงตำราโหราศาสตร์ปัจจุบันนี้ (พ.ศ.๒๕๓๕) ตำราโหราศาสตร์ทุกเล่มที่พิมพ์ขายกัน  ไม่เคยมีข้อความเหมือนโหรแฉล้มบอกตรงๆ ว่าถูกใจจริงๆ 

การพยากรณ์ที่แท้จริงนั้น จะต้องดูให้ออกว่า ดวงนั้นเด่นในเรื่องอะไรเสียก่อน เช่นเด่นในการเงินมาก แสดงว่าเขาผู้นั้น ควรจะทำธุรกิจแล้วจะร่ำรวย หากเด่นในเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ (ดาวเดช)  แสดงว่าท่านผู้นั้นควรจะทำงานรับราชการ หรือเป็นนักการเมือง

ดาวเสาร์(๗)เด่นมากในดวงชะตา  แสดงว่าคนนั้นควรจะทำงานด้านธุรกิจที่ดิน การก่อสร้าง สถาปัตย์ 

ดาวอังคาร(๓) เด่น  ไม่จำเป็นว่าจะเป็นนิจ ประ หรือ อยู่ในเรือนอริ มรณะวินาศ หรือเป็นกาลีแล้ว ดาวอังคารจะไม่เด่น แสดงว่าท่านผู้นั้นจะต้องเป็นนักการทหาร 

กล่าวสรุปง่ายๆ ว่า ดาวอะไรเด่นที่สุด ให้คุณที่สุด  ดาวตัวนั้นก็ส่งอิทธิพลให้ชีวิตเด่นในทางนั้น 

"ดาวมหาจักรนั้น แต่เดิมไม่ปรากฎว่ามีมาเมื่อใด แต่ได้รับคำบอกว่าสมเด็จพระจอมเกล้าฯ  ผู้ทรงเชียวชาญทางโหรราศาสตร์ตั้งชื่อขึ้น เป็นเพราะดาวในราศีนี้เป็นดาวแสดงอำนาจแก่เจ้าชะตาเป็นที่เกรงขามแก่มนุษย์และอมนุษย์ "มีประพันธ์ง่ายๆว่า ดุมกันย์ จันทร์เมษ พฤภษเสาร์ พุธเนาว์สิงห์ ศุกร์ธนู ครูพิจิก มังกรอสุรา ทิวากรกฎ

แต่ที่ทรงตั้งขึ้นมิได้เป็นพระราชดำริโดยตรง เพราะดาวนี้ปรากฎในตำราเจ้าฟ้ามาลากรมพระยาบำราบปรปักษ์ก่อนแล้ว แต่สมเด้จพระจอมเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อเป็นดาวมหาจักร แม้กาลกิณีกุมลัคน์ ถ้าเป็นมหาจักรกลับให้คุณคุ้มโทษถ้ามหาจักรเป็นวินาศแรงกว่ากาลกิณีกุมลัคน์อีก ข้าพเจ้าได้สังเกตุมาว่าถูกมาก เว้นแต่สิ่งอื่นมาเบียน 

ส่วนดาวราชาโชคนั้นเป็นของเก่า เป็นของเก่า ส่งผลเป็นดาวเสน่ห์แก่เจ้าชะตาเป็นมหานิยมดี ท่านเจ้าคุณวัดเกาะหลัก จังหัดเพชรบุรี เจ้าคุณพระสุเมธีวรคุณ(เปี่ยม) เป็นโหรที่โด่งดังเทียบกับสมเด้จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) เป็นโหรที่มีกลเม็ดการพยากรณ์มาก แม้แต่สมเด็จสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) เป็นโหรที่มีกลเม็ดการพยากรณ์มาก แม้แต่สมเด็จสังฆราชวัดสระเกศก็ยกย่องอยู่เสมอ  ได้กล่าวถึงมหาจักร ดาวราชาโชคเหมือนกับโหรแฉล้มทุกประการ  เรื่องนี้สมัยที่ผมเรียนโหรกับท่านครูตอง ซึ่งเป็นลูกศิษย์สมเด็จสังฆราช(อยู่) วัดสระเเกศมีศิษย์รุ่นพี่ได้กล่าวถึงเกณฑ์นี้อยู่เสมอ  ศิษย์รุ่นพี่ท่านนี้เคยเรียนโหรกับคุณเปี่ยมด้วย 

เคล็บลับการให้ฤกษ์ของอาจารย์เลี่ยมเพชรรัตน์ (น้องชายโหรแฉล้ม)
เรื่องนี้กระผมได้รับการบอกเล่าและการถ่ายทอดมาจาก คุณสามารถ คงสัตย์ ลูกศิษย์ อาจารย์เลี่ยมต่ออีกทีหนึ่งว่า 
"เมื่อดาวเสาร์จรมาทับลัคน์ ในปีนั้นหรือดาวเสาร์มาทับเจ้าเรือนลัคนา เจ้าเรือนดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ หรือจะมาถูก ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ดาวเดชเดิม ดาวเดชจรหรือ ดาวตนุเศษ ดาวตนุเกษตร  ดาวกาลีเดิม  ดาวกาลีจรแล้ว หากบังเอิญปีนั้นเจ้าของดวงชะตาได้รับการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่เมื่อถึงฤกษ์ ในการเข้าโต๊ะทำงานตัวใหม่ท่านอาจารย์เลี่ยมได้กล่าว ดาวเสาร์มามากระทบดาวดังกล่าวนี้จะให้โทษในภายหลังได้ 

อาจารย์เลี่ยมสอนวิธีแก้เคล็ดล่วงหน้าก่อนโดยทำดังนี้ 
เมื่อแรกที่รับเข้าตำแหน่งใหม่เข้าที่ทำงานหรือโต๊ะทำงาน ให้ทำหน้าเศร้าหมองหรือร้องไห้ (เรื่องร้องไห้นั้นอาจจะทำลำบากหน่อย คนในที่ทำงานจะหาว่าสติไม่ดีก็ได้ โดยให้ทำเป็นว่ามีความเศร้าก็แล้วกัน) ต่อไปเรื่องตำแหน่งหน้าที่จะเด่นขึ้น ศัตรูจะไม่มี 

กระผมต้องขอขอบใจ คุณสามารถอีกครั้งหนึ่งที่จะถ่ายทอดเรื่องนี้มา เรื่องมหาจักร ราชาโชคนั้น ตำราโหราศาสตร์ รุ่นปัจจุบันนี้ไม่ได้ กล่าวถึงหลักพิศดารเลย มีแต่ลอกจากสมุดข่อยหรือตำราที่พิมพ์มาก่อนๆ โดยขาดความเข้าใจ และไม่มีประสบการร์จากการพยากรณ์ 

หากเรื่องนี้มีประโยชน์ ขอให้ผู้อ่านอุทิศพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด้จพระจอมเกล้าอยู่หัว อุทิศถวายแต่โหรแฉล้ม เปี่ยมเพชรรัตน์   โหรเลี่ยม  เปี่ยมเพชรรัตน์  อุทิศถวายแด่เจ้าคุณพระสุเมธีวรคุณ(เปี่ยม) วัดเกาะหลัก สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) วัดสระเกศ ตลอดจนครูโหรทุกท่าน ในอดีตด้วย






#โหราศาสตร์ไทยเรียนด้วยตนเองฉบับบ้านคุณยายกลิ่นโสม #www.baankhunyai.com
​​​​​​​
#เรียนดูดวงฟรีที่เวปบ้านคุณยายกลิ่นโสม #บ้านคุณยายกลิ่นโสม

#ดาวบอกวิถี #อ่านดวงอิงดาว #รู้ดาวอ่านดวง #ดวงคือแผนที่ชีวิต
#อ่านดวงไทยสไตล์คุณยายกลิ่นฯ
#คุณยายกลิ่นโสม 102100
Visitors: 109,564