เกษตรลัคนา

     บทความ หลักโหราศาสตร์  โดย อาจารย์ ส. แสงตะวัน

          
          
ปัจจุบันเราได้รับการยอมรับแล้วว่า  วิชาโหราศาสตร์มีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์และสัตว์ ตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโลก ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมจะฝืนกฎของดวงดาว ในท้องฟ้า ไปไม่ได้ แม้แต่การเกิดการตาย ก็ต้องขึ้นอยู่กับดวงดาวทั้งสิ้น อนุภาพแห่งดวงดาวนี่แหล่ะจะเป็นผู้บอกกฎแห่งกรรม อันประกอบไปด้วยความดี ควาามชั่วซี่เราอ่จจะไม่รู้ตัวมาก่อน 

การที่จะหยั่งรู้วิถีชีวิตในอนาคต ว่าจะเป็นไปในลักษณะใด ก็ต้องอาศัยวิชาโหราศาสตร์ เป็นเครื่องชี้แนวทางให้ ถ้าไม่อาศัยวิชา ก็เหมือนแสงสว่างที่ดับมืด ไม่สามารถที่จะหยั่งรู้หรือคาดคะเนได้ว่า ชีวิตอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด ดังที่เคยได้ยินคนพูดกันบ่อยๆว่า ชีวิตนี้ไม่มีความหมาย ก็เพราะไม่รู้ในวิถีชีวิตนั่นเอง ถ้าเรารู้อนาคตของเรา เราก็ได้ว่าชีวิตนี้มีความหมายและมีความหมายสำคัญเพียงใด แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงกฎแห่งกรรมไปไม่ได้ อย่างน้อยก็จะดับอารมณ์ที่มัวหมอง ให้บรรเทาเบาบางลงได้บ้าง 
 
ปัจจุบันนี้รู้สึกว่าวิชาโหราศาสตร์กำลังแพร่หลาย มีผู็สึกษาค้นคว้ากันเป็นจำนวนมาก และกำลังก้าวหน้าไกลไปเรื่อยๆไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิชาใดในด้านอื่นๆ จริงอยู่วิชาโหราศาสตร์ไม่มีปริญญาเหมือนวิชาแขนงอื่น แต่มันจะบอกกับตัวเองของท่านเอง ในเมื่อท่านทำนายเหตุการณ์ได้ถูกต้องและแม่นยำ มันเป็นปริญญา ที่คนทั้งประเทศ หรือทั้งโลกหยิบยื่นให้ท่าน ท่านได้รับมันอย่างน่าภูมิใจที่สุดในชีวิต 

ข้าพเจ้าผู้เขียนรู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้งที่วิชานี้กำลังขึ้นหน้าขึ้นตา ๒๖ ปีมาแล้ว ที่ผู้เขียนได้ศึกษาจากครูบา อาจารย์ และค้นคว้าด้วยตนเองอย่างเงียบ แต่ก็ไม่วายที่จะดูหมิ่นจากบุคคลบางจำพวก ตำหนิติเตียนว่าวิชาโหราศาสตร์เป็นเรื่องเหลวไหล หลอกลวงและในอนาคตอันใก้ลนี้ คำว่า"เหลวไหล"ก็จะค่อยๆจางหายไป 

มีท่านนักศึกษาหลายท่าน ที่สนใจในวิชานีั้ได้ติดต่อไปยังผู้เขียน ถามข้อข้องใจเกี่ยวแก่วิชานี้ว่าจะเรียนอย่างไร จึงจะเข้าใจง่ายและรวดเร็ว จะเชื่อตำราทีเดียวก็ยุ่ง เพราะตำราบางเล่มเกิดค้านกันขึ้นเอง  และบางตำราก็เอาอย่างอื่นเข้ามาผสม ทำให้เกิดสงสัยและไม่แน่ใจ 

เรื่องตำรานี้เราอย่าเพิ่งยึดถือเอาว่าแน่นอนหรือเป็นหลักตายตัวบูรพาจารย์ท่านให้เพียงเป็นแนวทางเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น ถ้าขืนตำราเป็นหลักตายตัวละก็ เห็นจะต้องโยนตำราเข้าตู้กันแน่ๆ ดังเช่นดาวจันทร์โคจรเข้าทับอังคาร ตามตำรากล่าวว่าจะผิดลูกผิดเมีย เมียจะมีชู้ ตามความเป็นจริงดวงชะตาทุกคน ดาวจันทร์จะโคจรเข้าทับอังคารในดวงเดิมๆทุกๆ ๒๘วัน ถ้าเราเชื่อตำราเราก็ต้งซ้อมเมียเราทุกๆ ๒๘ วันเหมือนกัน ถ้าเป็นเช่นนี้ ใครเป็นภรรยาเห็นจะแย่ และเรื่องตำราเกิดค้านตำรากันขึ้นนั้น ตามความเป็นจริงจะไม่ค้านกันเลยมันอยู่ที่เรื่ององศาเป็นมูลเหตุ ถ้าเราไม่เข้าใจในเรื่ององศาเราจะเล่นไม่ถูกตามแนวทางของตำรา 

การที่เราจะเรียนให้ถูกต้อง ตามตำหรับแบบไทยของเราซึ่งเดิมทีเดียวเรามีแนวกันมาอย่างไรนั้น ข้าพเจ้าใคร่จะขอกล่าวว่าเดิมทีเดียวเราไม่มี  "ทักษา"เข้าร่วมกับดวงเพิ่งมาเกิดขึ้นสมัยหลังจะเป็นมากันอย่างไร ผู้เขียนจะของดไม่กล่าวถึงจะกล่าวเฉพาะของเดิมของเราเท่านั้น ข้าพเจ้าผู้เขียนจะเปิดเผยไว้ ณ.ที่นี้เพื่อให้เป็นอนุสรณ์แก่ชนชั้นหลัง ได้ศึกษากันต่อไป

เมื่อท่านนักศึกษาฝึกหัดผูกดวงชะตา ได้โดยถูกต้องแล้วเราจะต้องพิจารณาการวางลัคนาให้ถูกต้องอีกด้วยผู้เขียนเคยพบมาเกือบ๕๐ เปอร์เซนต์ ที่วางลัคนากันผิดๆ แต่ทั้งนี้ผู้เขียนมิได้เจาะจงตำหนิผู็วางลัคนาผิด หากแต่ผู้มาขอให้ผูกดวงมักจะบอกเวลาเกิดไม่แน่นอน เช่นบอกว่าเกิดตอนพระออกบิณฑบาตรบ้างตอนนกประชุมรังบ้าง ตอนควายบ่ายหน้าเข้าคอกบ้าง บางทีก็บอกพิศดารออกไปอีก เช่น เกิดตอนจีนฆ่าหมูก็มี ผู้เขียนเคยพบบ่อยๆ บางทีก็ประมาณเอาว่าเวลาประมาณเท่านั้นเท่านี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้านักโหราศาสตร์ขาดความชำนาญ ก็ต้องวางลัคนาคลาดเคลื่อนไป

ฉะนั้นท่านนักศึกษาจะต้องใคร่ครวญดูให้ดี ถ้าผิดพลาดอาจจะเสื่อมเสียชื่อได้ เมื่อวางลัคนาเสร้จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มจับจุดตั้งแต่ลัคนาหมุนเวียนไปตามราศีคือ ตะนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตตานิ มรณะ สุภะ กรรมมะ ลาภะ วินาสนะ รวม ๑๒ ราศี ตรวจดูว่าในราศีหนึ่งๆนั้น มีดาวอะไรเข้าสถิตย์อยู่บ้าง และสัมพันธ์กับลัคนากันอย่างไร มีองค์เกณฑ์ตรีโกณ จตุสดัย คู่ธาตุ คู่มิตร และคู่สมพล หรือไม่มีดาวอะไรบ้าง ที่ให้คุณและโทษ แล้วเราก็แบ่งส่วนดีไว้ส่วนหนึ่ง และส่วนเสียไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อจะได้ประมาณว่า ส่วนดี และส่วนเสีย อย่างไหนจะมีน้ำหนักกว่ากัน เราตรวจไปให้ครบทุกอย่างที่เราได้ศึกษามาแล้ว 


    

ต่อจากนี้เราก็ต้องรู้เรื่อง "เกษตรลัคนา" เรื่องเกษตรลัคนานี้หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจหรือไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนผู้เขียนจะบอกให้เกษตรของลัคนานั้นคือ"ราศีเมษ" นั่นแหล่ะคือเกษตรของลัคนา และสำหรับในที่นี้อย่าถือเอาตะนุเกษตร ที่เล่นกับทักษานั้นไม่ได้  เพราะทักษาเล่นกันอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเล่นกันมากในขณะนี้ แต่ในที่นีไม่เกี่ยวด้วย ประเดี๋ยวจะยุ่ง เพราะวิชาโหราศาสตร์มีหลายแบบด้วยกัน แบบที่ผู้เขียนกำลังกล่าวอยู่นี้ ก็เป็นแบบของไทยเดิมของเราเหมือนกัน และก็ได้ปกปิดกันมานานปีแล้วผู้เขียนเห็นว่าควรจะเปิดเผยกันเสียทีดาวเกือบทุกดวงย่อมมีเกษตรหรือเจ้าเรือนของเขา ลัคนาก็ต้องมีเกษตรกับเขาเหมือนกันเกษตรลัคนา เขาถือเอาราส๊เมษเป็นจุดแรกเริ่ม เมื่อเราทราบเรื่องเกษตรลัคนาแล้ว

ก็ต้องถือราศีเมษเป็นตะนุ ราศีพฤษภเป็นกดุมภะ นับเรื่อยไป จนถึงราศีมีนเป็นราศีวินาสนะ แล้วตรวจอีกว่ามีดาวอะไรไปสถิตย์อยู่ และเป็นอะไรกับเกษตรลัคนาแล้วเราก็เปรียบเทียบกันดูว่าระหว่างลัคนาเดิมของเจ้าชะตา กับเกษตรลัคนามีการสัมพันธ์กันอย่างไร 
 

    

เช่นสมมุติว่าลัคนาเดิมของเจ้าชะตาสถิตย์อยู่ราศีสิงห์ เมื่อเรานับจากเกษตรลัคนา จะอยู่ในเรือนปุตตะคือราศีของอาทิตย์เรือนนี้ หมายถึงบุตร เด็กๆผู้มีอายุน้อย ผู้อยู้ใต้บังคับบัญชา ผู้มีศักดิ์เป็นน้อง แสดงว่าเจ้าชะตามีการดิ้นรนกระตือรือร้น ทิษฐิมานะตั้งแต่อายุยังน้อย หรือต้องจากบ้านยังเยาว์วัยอยู่
 
ราศีกันย์ เป็นเรือนกดุมภะแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นเรือนอริแก่เกษตรลัคนา เรือนกดุมภะหมายถึงเคหสถานทรัพย์สมบัติ หลักฐาน กิจการงาน  เมื่อเป็นอริกับเกษตรลัคนาก็ต้องหมายถึงการประกอบกิจการงานซึ่งเกี่ยวแก่ส่วนรวมเกี่ยวแก่แก่ประชาชน งานรับใช้ การหุ้นส่วนบริษัท ถ้ามีดาวบาปเคราะห์ เข้าไปครองอยู่ด้วยกระทำให้ชีวิต ในครอบครัวไม่ค่อยจะราบรื่นนัก 

ราศีตุล เป็นเรือนสหัชชะแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นเรือนปัตนิแก่เกษตรลัคนา สหัชชะหมายถึงเพื่อนฝูงและหมายไปถึงคู่ครองด้วย แสดงว่าเจ้าชะตามีเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามมาก และมักมีงานที่จะต้องสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามเสมอมีคู่ครองก็มีความเป็นอยู่เสมอการเป็นเพื่อน 

ราศีพิจิก เป็นเรือนพันธุแก่ลัคนาเดิมแต่เป็นเรือนมรณะแก่เกษตรลัคนา พันธุ หมายถึงญาติสนิท ผู้รักใคร่นับถือเสมอเหมือนญาติ ผู้อยู่หรือทำงานร่วมกัน เมื่อมาเป็นมรณะแก่เกษตรลัคนา แสดงว่าเจ้าชะตาจะต้องจากเครือญาติ หรือเครือญาติต้องจากไปมักจะได้พบที่ดีอันเป็รที่รัก และนับถือเสมอญาติในต่างถิ่น จะได้ผู้ร่วมงานที่ถูกใจในต่างถิ่น แต่ถ้าถ้ามีบาปพระเคราะห์เข้าไปสถิตย์อยู่ต้องทำนายไปในทางเสื่อม 

ราศีธนู เป็นเรือนปุตตะแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นเรือนสภะแก่เกษตรลัคนา หมายถึงเจ้าชะตามีบุตรจะได้เป็นที่พึ่งมีลูกน้องเป็นบริวารเป็นที่พึ่งผู้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาจะยกย่องสรรเสริญจะได้เป็นใหญ่ ในผลของงานอันมีลูกน้องอยู่ภายใต้ังคับบัญชา 

ราศีมังกร เป็นเรือนอริแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นกรรมมะแก่เกษตรลัคนา อริหมายถึงศัตรูผู้ขวาง งานหุ้นส่วนบริษัท งานส่วนรวม แสดงว่าเจ้าชะตามักทำงานเกี่ยวกับแก่ส่วนรวมงานหุ้นส่วน

ราศีกุมภ์ เป็นเรือนปัตตนิ แก่ลัคนาเดิมแต่เป็นลาภแก่เกษตรลัคนา ปัตตนิ หมายถึงคู่ครอง พีป้าน้าอาเขยสะใภ้ ผู้มีอายุแก่กว่าเจ้าชะตา งานบริษัทหุ้นส่วนเจ้าชะตามีคุ่ที่ดีคู่เป็นลาภประกอบงานอันมีหุ้นส่วนรวมอยู่ด้วย 

ราศีมีน เป็นเรือนมรณะแก่ลัคนาเดิม และเป็นวินาสแก่เกษตรลัคนา มรณะหมายถึงการเจ้บป่วยการตาย การบิดพริ้วทรยศ การผิดหวัง การเดินทาง ต่างถิ่นต่างแดนเมืองไกล แสดงว่าเจ้าชะตาประกอบงานใดๆ หรือตั้งตัวแทนในต่างถิ่น มักได้รับการเสียหาย ได้รับความวิบัติในบั้นปลายถูกทรยศบิดพริ้วอยู่เนือง

ราศีเมษ เป็นเรือนสุภะแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นตะนุแก่เกษตรลัคนา สุภะหมายถึงความสุขผู้อุปการะ การช่วยเหลือผู้ให้การเดินทาง ความสำเร็จในสิ่งที่ตนปราถนาแสดงว่าเจ้าชะตาจะมีความสุขได้ ต้องอาศัยกำลัง และ ความนึกคิดของเจ้าชะตาเอง เพราะตะนุเกษตรลัคนา หมายถึงตนเอง จึงเข้ากับหลักศาสนา ที่ว่า " ตนเองนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน" ความสุขอันเกิดจากผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ยื่นให้จึงหายากสำหรับเจ้าชะตา 

 ราศีพฤษภ เป็นเรือนกรรมมะแก่ลัคนาเดิมแต่เป็นกดุมภะ แก่เกษตรลัคนา กรรมมะหมายถึงตำแหน่ง หน้าที่ การงาน โรงงาน สถานที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินสมบัติ แสดงว่าเจ้าชะตาจะต้องมีหน้าที่ตำแหน่งการงาน เรือนนี้เป็นเรือนสำคัญ หรือเจ้าเรือนนี้ไปอยู่ราศีไหน และอยู่กับดาวอะไรถ้าอยู่กับดาวสุภะเคราะห์ต้องนับว่าดี ถ้าอยู่กับดาวบาปพระเคราะห์เช่นเสาร์หรือราหู มักจะต้องเปลี่ยนแปลงหรือต้องล้มลุกคลุกคลานกันหลายคราว ภายหลังจึงจะดีได้ 

ราศีมิถุน เป็นเรือนลาภแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นสหัชชะแก่เกษตรลัคนา ลาภหมายถึงลาภ ความเจริญ ความสำเร็จจากสิ่งที่ ตนนึกคิด หรือใฝ่ฝันถึง แสดงว่าเจ้าชะตาจะได้ลาภ หรือกิจการงานที่ตนประสงค์ โดยมีเพื่อนฝูงเป็นผู้ช่วยเหลือ หรือได้ดีเพราะเพื่อน เพื่อนเป็นผู้นำโชค 

ราศีกรกฎ เป็นเรือนวินาสแก่ลัคนาเดิม แต่เป็นพันธุแก่เกษตรลัคนา วินาสทางจันทรคติ อ่านว่าเบียฬ หมายถึงผู้มาขอพึ่งอาศัย ผู้ร่วมงาน การสับเปลี่ยนการแลกกัน ผู้เบียดเบียฬ ความหายนะ การตาย แสดงว่าเจ้าชะตามักมีผู้มาขอพึีงพาอาศัยอยู่เสมอ และมักต้องสัมพันธ์แก่ญาติอยู่เสมอ ประกอบกิจการ งานร่วมกับเครือญาติ แต่ก็มักต้องประสพความวิบัติกันบ้างเหมือนกัน 

            ในะยะต่อไปเราก็ตรวจดวงดาวของเจ้าชะตา ว่ามีดาวอะไรไปสถิตย์อยู่ราศีใดบ้าง เพราะในราศีหนึ่งๆนั้น มีดาวเป็นเจ้าเรือนครอง เรียกว่าเรือนเกษตร ท่านนักศึกษาในระยะต้น จะต้องรู้และท่องจำให้ได้
            ในราศีเมษ มีดาวอังคาร(๓) เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีพฤษภ มีดาวศุกร์(๖)  เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีมิถุน มีดาวพุธ(๔) เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีกรกฎ มีดาวจันทรฺ(๒) เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีสิงห์ มีดาวอาทิตย์(๑) เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีกันย์ มีดาวพุธ(๔)  เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีตุลยฺ มีดาวศุกร์(๖)  เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีพิจิก มีดาวอังคาร(๓)  เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีธนู มีดาวพฤหัส(๕)  เป็นเจ้าเรือนครอง
             ราศีมังกร มีดาวเสาร์ (๗) เป็นเจ้าเรือนครอง 
             ราศีกุมภ์ มีดาวราหู (๘)  เป็นเจ้าครองเรือน เฉพาะราศีกุมภ์ความจริงเป็นเรือนของพระเสาร์ ราหูไม่มีเรือนครอง บรูพาจารย์มีความเห็นว่าราหูควรจะไปอยู่ราศีกุมภ์จึงจะเหมาะสมกว่าจึงต้องรู้ไว้ทั้งสองอย่างด้วย
             ราศีมีน มีดาวพฤหัส(๕)  เป็นเจ้าเรือนครอง

ดาวเจ้าเรือนที่ไปครองอยู่แต่ละราศีนี้ ย่อมมีนิสัยต่างๆกันออกไป เช่น
 
อาทิตย์ แสดงถึงความเป็นเจ้าใหญ่นายโต เป็นราชา ประธานาธิบดี เป็นหัวหน้าในหมู่ชนเป็นผู้สูงศักดิ์ สูงด้วยยศด้วยฐานะ หรือมีตำแหน่งชั้นสูงๆหัวหน้า มีความมักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอทะยาน มีความระส่ำระสายร้อนรนอยู่เสมอ มีใจนักเลงกล้าหาญ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ถ้าเกี่ยวแก่อวัยวะทางร่างกาย คงได้แก่สายตา วิถีประสาท เส้นดลหิต หัวใจ
 
พระจันทร์ แสดงถึงความอ่อนไหว ความเป็นมารดา พี่เลี้ยงเด็ก นางพยาบาล นางผดุงครรภ์ สตรีผู้สูงศักดิ์ ราชินีการท่าเรือ การประมง สุรา การเดินทางน้ำ ความเป็นแม่บ้าน ผู้จัดระเบียบ ความรอบคอบมัธยัสถ์เหนียวแน่น ความมีเสน่ห์สดชื่น และนุ่มนวล เกี่ยวกับอวัยวะทางร่างกายคงได้แก่ดวงตาทั้ง ๒ นม มดลูก ดี กรเพาะอาหาร ประสาท มันสมอง เครื่องสืบพันธ์   
 
 พระอังคาร แสดงถึงความแข้งกร้าว เช่นการทหาร คนฆ่าสัตว์ นักเคมี ศัลยแพทย์ การเป็นช่างตัดผม ช่างเหล็ก เครื่องเหล็ก โลหะ เครื่องจักเครื่องยนต์ เชิงตะกอน ซากศพ อิฐปูน การกีฬา ความอดทน อาวุธต่างๆ เกี่ยวแก่ร่างกายได้แก่ ศรีษะ จมูก ประสาทที่รู้กลิ่นได้ ศัลยแพทย์ที่มีความรุนแรงฉุนเฉียวไม่ท้อถอย ทนงศักดิ์ รักการต่อสู้ 
 
พระพุธ แสดงถึงความคิดเห็น การหยั่งรู้ ความเข้าใจอกเข้าใจ ชอบเหตุผล สติปัญญา เชาว์ไหวพริบ ความละเอียดลึกซึ้ง ความจดจำ การพูดจา หมายถึงสถานที่ศึกษา โรงแรม ศิลปวิทยาการ วิทยาศาสตร์ อักษรศาสตร์ งานพิมพ์ โรงพิมพ์ นักเขียน การขายหนังสือ การค้าประเภทหีบห่อ สัตวื ๔ เท้า และมากกว่า ๔ เท้า เช่นกุ้ง กั๊ง ปู แมงดาทะเล คนรักช้ ลูกจ้าง
 
พระพฤหัสบดี แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ ความคิด ความดีทั้งหลาย อธัยาศัยดี น่าคบสมาคม มีความรู้รอบคอบ รักความเป็นระเบียบ  และสวยงาม การสามัคคี มีการเลื่อมใสสต่อสิ่งต่างๆที่เห็นว่าเหมาะสม การศาสนากฎหมาย เคารพต่อสิทธิของปวงชน รักความสงบ เห็นใจผู้อื่น โบสถื วัดวาอาราม นักบวช ผู้พิพากษา ตุลาการ ศาลยุติธรรม มหาวิทยาลัย นักศึกษา หน้าที่เกี่ยวกับประชาชน สภาหรือสถานที่ประชุมรัฐบาล การกุศล โรงพยาบาล นายแพทย์ การมหรสพ เสื้อผ้า คนขายผ้าผ่อนแพรพรรณ ขายของชำ ของเก่าแก่โบราณ ของที่ใช้แล้ว หรือเก็บไว้นานๆ ยารักษาโรคเกี่ยวกับอวัยวะได้แก้ เท้า ตะโพก ตับ โลหิต กล้ามเนื้อ อาหาร 
 
ดาวพระศุกร์ แสดงถึงความสะเทือนอกสะเทือนใจ ความรักที่เกิดจากสิ่งที่พอใจ ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มีความนิยมชมชอบเห็นสวยเห็นงามหรูหราโอ่อ่า ร่าเริงสนุกสนาน ยินดี ตีค่าเพราะความงาม หรูหรา ฟุ่มเฟือย เครื่องแต่งกาย รูปภาพความงามของธรรมซาติ ดอกไม้ เครื่องหอมการเต้นรำ มหีสพ งานศิลปิน ศิลปะต่างๆที่ยินดี สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ๆ การเห็นสิ่งภายนอกที่สวยงามเกี่ยวกับอวัยวะได้แก่ คอ ไต เครื่องสืบพันธ์ พิวพรรณ รูปร่างลักษณะ เกี่ยวกับการประดับประดา 
 
พระเสาร์ แสดงถึงความต้องการที่จะแตกแยกออกจากกัน หรือการอยุ่ตามลำพังโดดเดี่ยว มีนิสัยที่เห็นว่าตนเองสำคัญ กว่าคนอื่นความตั้งใจแรงมาก มีความรู้สึกสูง อดทน แรงกว่าดาวพระเคราะห์ดวงอื่นทั้งหมด นอกจากมฤตยู แต่ก็ชักช้าเฉื่อยชา รู้จักอดกลั้น และคุมสติของตนเอง ระมัดระวัง มั่นคง บึกบึน ความสามรถที่เชี่ยวชาญ แสดงถึงธาตุดิน ผู้มีหน้าที่เกี่ยวแก่ที่ดิน ชาวนา ชาวสวน ขุดแร่ เครื่องปั้นดินเผา ช่างก่อสร้าง อิฐ ปูน เลี้นงสัตว้ นักบวชลัทธิต่างๆ สถานที่เกี่ยวแก่เนินสูง งานโยธา ตำรวจ ป่าช้า ซากศพ เกี่ยวอวัยวะได้แก่ กระดูก ฟัน ม้าม ไข้เจ็บ โรคขัดข้อ หกล้ม เซื่อมซึม ผิวหนัง 
           
ดาวราหู แสดงถึงชีวิตคล้ายกับพระเสาร์ แต่ทว่ามีความเห็นเอกเทศ อำนาจที่ดลบันดาของราหูนั้น อ่อนด้อยกว่าเสาร์ แต่เป็นความโลภหลงมุทะลุตึงตังเท่านั้น 
 
เมื่อเราทราบอิทธิพลของดาวต่างๆแล้ว ว่ามีนิสสัยเป็นอย่างไรตลอดจนธาตุของดาวนั้นๆ เมื่อเราผูกดวงชะตาขึ้นแต่ละดวง ไปอยู่ในราศีต่างๆกัน เมื่อมีดวงดาวหนึ่งไปอยู่ในราศีหนึ่ง ดวงดาวนั้นจะถูกเจ้าเรือนเกษตรเป็นผู้อบรมบ่มนิสัยให้เปลี่ยนแปลงไป ท่านนักศึกษาจะยึดเอาอย่างตำราที่กล่าวถึงอิทธิพลดาวต่างๆ มาทำยายหาได้ไม่ ถ้ายึดเอากฎตายตัวมาทำนายย่อมจะเกิดผิพลาดได้ ดาวที่เข้าไปอาศัยอยู่ที่จะต้องถูกเจ้าเรือนเกษตรอบรม ให้เป็นไปตามนิสัยของเขาจะมาก หรือน้อยย่อมขึ้นอยู่แก่เจ้าเรือนเกษตรนั้นๆ ถ้าอยู่ในเรือนเกษตรของบาปเคราะห์ก็ย่อมมีนิสัยไปทางเจ้าเรือนแรงมาก ถ้าไปอยูในเรือนสุภะเคราะห์ก็จะเบาไป 


คัดลอกบางส่วน จากบทความหนังสือเผยความลับโหราศาสตร์ โดยอาจารย์ ส. แสงตะวัน




    
      #คุณยายกลิ่นโสม  141102100142 450
      #เรียนดวงไทยฟรีที่บ้านคุณยายกลิ่นโสม
      #โหราศาสตร์ไทยเรียนด้วยตนเอง ได้ที่ #htthttp://www.baankhunyai.com
      -----------------------
      ดูดวงติดต่อ : baankunyai 102100
 
  


Visitors: 109,559