อดีตซาติเวร

อดีตซาติเวร
     
 
อดีตซาติเวร ก็คือ ผู้ที่ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตซาติ จะต้องผูกเวร จองเวร พยาบาท มาจนกระทั้งถึงในซาตินี้ที่นำเอาเปรียบเทียบกันให้รุ้ว่า ใครควรจะเป็นมิตรกับใคร  และใครควรจะเป็นศัตรูกับใคร ดังนี้ 

ในตำนานดั้งเดิม ตั้งแต่ในครั้งอดีตกาลนานหนักหนา  ยัมีท่านเศรษฐีท่านหนึ่ง มีชื่อว่า หัสวิไสย  ภายในหมู่บ้านแห่งนั้นใครๆก็รู้จักและคุ้นเคยกับท่านเศรษฐีหัสวิไสย ผู้นี้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมีเคารพนับถือกันเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย ก็เพราะเนื่องจากว่าท่นเศรฐีผู้นี้ท่านเป็นคนดีที่มีน้ำใจทุกสภาวะโดยทั่วไป ชอบการช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่ว่าใครๆทั้งนั้น  จนกระทั่งผู้คนทั้งหลายมีความนิยมชมชอบไปทั่วหัวเมือง 

โดยเฉพาะท่านเศรฐีหัสวิไลยผู้นี้ได้มีบุตรชายทั้งหมดอยู่ ๓ คนด้วยกัน และไม่มีบุตรหญิงเลยสักคนเดียวในความเป็นอยู่ของบุตรชายคนโตนั้น มีรูปร่งหน้ตาที่สวยงามน่ารักมาก หล่อเหมือนกับพระเอกหนังไทยสมัยนี้ ทั้งอุปนิสัยก็ดีมากๆเหมือนกับท่านเศรษฐีผู้ที่เป็นพ่อ จึงได้มีคนรัก และหลงใหลทั่วไป 

ส่วนบุตรชายคนที่สองของท่านเศรษฐีหัสวิไสยก็มีความหล่อไม่แพ้กับพี่ชายเท่ใดนัก พวกชาวบ้านชาวเมืองก็พากันเคารพรักไม่น้อยเหมือนกัน จึงนับได้ว่าบุตรชายของท่านเศรษฐีทั้งสองคนนี้มีคุณงามความดี ที่ทำให้ชาวบ้านทุกระดับมีความเชื่อมั่น อย่างชนิดที่เรียกว่ไม่มีใครอิจฉาริษยาในสิ่งใดๆทั้งนั้น 

แต่ว่าบุตรชายของท่านเศรฐีอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนเล็กหรือน้องสุดท้องนั่่นสิที่มีรูปร่างหน้าตาที่ผิดจากใครๆ ไม่เหมือนพ่อ ไม่เหมือนแม่ ไม่เหมือนพี่ เหมือนกับผีในแดนนรกกลับซาติเกิดอย่างนั้นแหล่ะ จะเห็นว่าผิดไปจากมนุษย์นาเป็นอันมากคือมีรูปร่างลักษระ อ้วนเตี้ย พุงป่อง ท้องใหญ่  ผมหยิก หย้ากล้อ คอสั้น ปากแบะ หูหนา (แต่ตาไม่เล่อ เป็นแต่เพียงตาเหล่เท่านั้นเอง) รุ้สึกรูปร่างพิกลพิการ พร้อมทั้งในด้านจิตใจก็มิได้สมประกอบ  ด้วยเหตุนี้ท่านเศรษฐีหัสวิไสย จึงมิได้สนใจไยดีในตัวของบุตรชยคนเล็กนี้เท่าใดนัก คงรักเอ็นดูและคอยเอาใจใส่อยู่แต่พวกพี่ชายทั้งสองคนเท่านั้น จึงได้สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่งมากให้กับน้องคนเล็กเป็นยิ่งนัก  แต่ก็จะทำอย่างไรได้ล่ะ  ที่เกิดมาในซาตินี้มีร่างกายพิกลพิการ  รูปร่างขี้เหร่ที่ใครๆ เขาไม่ชอบ ทุกสิ่งทุกอย่าง น้องชายคนเล็กก็ทนต้องทนนิ่ง ซ่อนความรู้สึกนึกคิดเอาไว้แต่เพียงในใจ เพราะว่าจะพูดไปไม่ได้ ไม่มีใครเขาจะเห็นใจและก็ไม่มีใครที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือให้เรื่องราวทั้งหลายในความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นมาได้  เลยแม่แต่คนเดียว จึงต้องก้มหน้าก้มตายอมรับใช้เวรใช้กรรมที่ได้เคยสร้างเคยกระทำมาตั้งแต่อดีตซาติปางก่อนเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว จึงต้องก้มหน้ก้มตายอมรับใช้เวรใช้กรรมที่ได้เคยสร้างเคยกระทำมาตั้งแต่อดีตซาติปงก่อนเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

ครั้นอยู่ต่อมไม่นานเท่าดนัก ท่านเศรษฐีหัสวิไสย ผู้ที่เป็นบิดาไม่อาจที่จะมีความสามรถกำหนดทางเดินของชีวิตได้ อะไรๆ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน  ย่อมจะต้องหมุนเวียนเปลี่ยนแปรไปตามกาลเวลา ไม่มีผู้ใดที่จะใช้ความสามารถหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินย้อนรอยถอยหลังกลับไปได้เลย  โรคชราได้มาบังเกิดขึ้นอยู่กับท่านเศรษฐีหัสวิไสย อยู่ในขณะนี้ แล้วในที่สุดจุดจบแห่งกรมรณะก็ได้ ก้าวเข้ามาถึงชีวิตท่านเศรษฐีในเวลาต่อมานั่นเอง ซึ่งก็เป็นควมยุติธรรมและถูกต้องแล้วของผู้ที่มีชีวิตเกิดมาในโลกนี้ทุกคน ตามวัฎจักรที่ได้หมุนนำตามทางเดินของมนุย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ท่านเศรษฐีหัสวิไสย ได้ตายลงไปในความเสียดายของพวกชาวบ้านชาวเมืองที่มีความสัมพันธ์กันมา ถึงเวลาที่ได้กำหนดนัดหมายกันเอไว้จึงต้องพลัดพรากจากกันไปตามกฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นใครๆ ทั้งนั้นที่จะมีความสามารถหลีกเลี่ยงไปได้นั้นคงจะหากันไม่พบอย่างแน่นอน  ในเมื่อท่านเศรษฐีหัสวิไสยได้ตายไปแล้ว บุตรชายทั้งสามของท่านเศรษฐีก็ได้จัดการงานศพทางศาสนาและตามประเพณีที่ได้ มีความนิยมสืบทอดกันมา ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญ สวดศพ ชักบังสุกุล ถวายภัตตาหารตามประเพณีโบราณกาล

ครั้นเมื่อตอนที่ถึงเวลาในการทำบุญตักบาตร ในตอนเช้านั้น  พี่ชายคนโตที่ได้นำเอาขันองคำมาตักข้าวใส่บาตร  ส่วนคนที่สองก็ได้หยิบมาขันเงินมาตักข้าวใส่บาตร พร้อมทั้งพี่น้องสองคนนี้ ก็ยังได้กล่วอธิษฐานต่อหน้าพระสงฆ์ออกไปดังๆ พี่ชายคนโตที่ได้นำขันทองมาตักบาตร  ก็ได้อธิษฐานขึ้นมาว่า ในซาติหน้าขอให้ได้เกิดเป็นพระอาทิตย์ ที่มีควมสามารถสาดส่องแสงสว่างให้กับโลกในเวลากลางวัน ส่วนคนที่สองที่ได้นำขันเงินไปตักบาตรก็ได้อธิษฐานขึ้นมาว่า ขอให้ได้เกิดเป็นพระจันทร์ในซาติหน้า เพื่อที่จะได้สาดแสงสว่างให้กับโลกในยมค่ำคืน ครั้นน้องชายคนสุดท้องเมื่อได้ยินคำอธิษฐานของพี่ชายทั้งสอง ดังนั้นก็โกรธ ด้วยจิตใจที่มีแต่ความริษยาอาฆาตอย่างรุนแรง  จึงหยิบเอากระบุงใส่ข้าวนำเอามาเป็นภาชนะตักบาตรกับพระสงฆ์  แล้วจึงได้อธิษฐานขึ้นมาดังๆว่ ในซาติหน้าขอให้ได้เกิดเป็นพี่ชายใหญ่ของพระอาทิตย์และพระจันทร์ตามคำอธิษฐานของพี่ชายทั้งสองนั้น และขอให้ตนเองนั้นจงมีร่างกายที่ใหญ่โตที่สุด สามรถที่จะปิดบังแสงสว่างของพระอาทิตย์และของพระจันทร์ เพื่อมิให้ส่องแสงสว่างลงมายังพื้นโลกได้ อธิษฐานไปพลางก็ตักข้าวใส่ไปพลาง

ในขณะที่น้องชายคนเล็กกำลังอธิษฐาน อยู่นั้น พี่ๆ ทั้งสองคนก็ยังได้ยินฟังคำอธิษฐานกันอย่างชัดเจน แต่ก็มิได้สนใจไยดีอะไรกับน้องชายเลย และในที่สุดแรงอธิษฐานนั้นก็ได้บังเกิดกลายเป็นความจริงขึ้นมา ในขณะที่ทั้งสามพี่น้องบุตรชายของท่านเศรษฐีนี้ได้ถึงระยะเวลาในกาลกิริยาตายจากโลกนี้ไปแล้ว ก็จึงได้ไปบังเกิดตามคำอธิษฐานนั้นๆ ทุกคน 

น้องชายคนเล็กผู่ที่ได้นำเอากระบุงไปตักบตรก็ได้ไปบังเกิดเป็นพี่ชายใหญ่ ผู้ที่มีรูปร่างใหญ่โต ผู้ที่มีรูปร่างใหญ่โต ผมหยิกหยอง ท้องใหญ่ ทั้งยังมีความรู้ดุร้ายเป็นอันมาก มีนามว่า พระราหู ผิวดำ คอสั้น เสียงดัง แต่มิใช่ยักษ์ เป็นแต่เพียงแทตย์  ที่มีลักษณะและนิสัยคล้ายๆ กับยักษ์ มีหางเป็นนาค  มีสถานที่อยู่ในวิมนนิล  พระราหูได้ถือกำเนิดเกิดเป็นพระโอรสของพระวิปะจิตติ กับ นางสิงหรา  ผู้ที่เป็นบิดามารดาตามลำดับ (เรื่องประวัติการที่พระราหูเหลือครึ่งตัวนั้น จงอดใจรอคอยการกล่าวประวัติในภายหลังช่วงนี้ครับ) 

ส่วนพี่ชายคนโตที่ได้นำเอาขันทองคำมาตักยาตรพร้อมทั้งยังได้อธิฐานให้ได้บังเกิดเป็น พระอาทิตย์  ซึ่งจะคอยส่องแสงสว่างให้กับโลกในเวลากลงวัน การอธิษฐานนั้นก็ได้กลายเป็นควมจริงคือได้มาเกิดเป็นพระอาทิตย์จริงๆ ได้รองลงมาจกพระราหู 

สำหรับบุตรชายของท่านเศรษฐีคนกลาง ที่ได้นำเอาขันเงินไปตักพระสงฆ์ พร้อมทั้งยังได้ตั้งจิตตั้งใจในการอธิษฐานว่า ขอให้ได้เกิดเป็นพระจันทร์ซึ่งจะคองสาดส่องแสงสว่างให้กับโลกในเวลาค่ำคืน และแล้วแรงอธิษฐานนั้นก็ได้บังเกิดขึ้นมาเป็นความจริงคือได้มาบังเกิดเป็น พระจันทร์ จริงๆ และมีฐานะเป็นน้องคนสุดท้องของพระราหูและพระอาทิตย์ 

ทั้งพระอาทิตย์ และพระจันทร์ก็มีรูปร่างที่งดงาม ทั้งยังมีรัศมีกายด้วยบารมีอันสูงส่ง ผิดกับพี่ชายคนโตคือพระราหูที่มีจิตใจมุทะลุดุดันราวกับยักษ์กับมาร ก็นี่แหล่ะ ที่เป็นเรื่องราวในอดีตซาติที่เรียกว่าซาติเวรซาติหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์ กับพระราหู พระอาทิตย์และพระจันทร์ ข้าพเจ้าจึงได้ยกขึ้นมาให้ท่านอ่านกันดู และท่านที่รู้แล้วก็ขอผ่านไปเลย

สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ก็จะได้เป็นแนวทางในการสึกษาประดับปัญญาบารมีต่อไป ท่านเคยเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่า ในขณะที่พระราหูมาพบพระอาทิตย์ในคราใด ก็มักจะจับเอามาอมและบดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น ที่ชาวบ้านเรียกว่า มีสูรย์ หากจะเรียกกันให้ถูกต้องว่า สุริยุปราคา ก็นั่นแหล่ะ ได้บังเกิดขึ้นจากในความโกรธแค้นที่พระราหูได้ผู้พยาบาทจองเวรกันมา  ตั้งแต่อดีตซาติเวร จึงรวมเรียกใหถูกต้องว่า อดีตซาติเวร

และขณะที่พระราหูได้โคจรมาพบกับพระจันทร์ในคราใด ก็มักจะจับเอาพระจันทร์เอาอมและบดบังแสงสว่าง จนหมดสิ้นอีกเช่นเดียวกัน ที่พวกชาวบ้านชาวเมืองเขาพากันเรียกว่าจันทรคราส หรือ จันทรุปราคา  ก็นั่นแหล่ะที่ได้บังเกิดขึ้นมาจากในความโกรธแค้นที่พระราหูได้ผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรมในครั้งอดีตซาติ  ก็จึงได้เรียกรวมกันให้ถูกต้องว่า อดีตซาติเวร อีกเช่นเดียวกัน ถ้ายามใดพระราหูมาพบกับพระอาทิตย์ หรือว่าพระราหูได้มาพบกับพระจันทร์ ในทุกครั้งทุกคราว ก็ะต้องเกิดปัญห และเหตุการณ์ดังกล่วนี้ขึ้นมาทุกครั้ง แต่ว่าจะเกิดมากหรือเกิดน้อยนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง  คือพระราหูจะจับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์อม ไม่ว่าจะกินกลืนหรือพระจันทร์อม ไม่ว่าจะกินกลืนหรือกินคาย (หรือจะเรียกว่ากินแล้วขี้ กับกินแล้วขย้อนออกก็ไดเหรือว่าสำรอกออก ก็ถูกต้องอีกนั่นแหล่ะ) แต่สำหรับพระอาทิตย์กับพระจันทร์ ถ้าหากว่าพบกันก็จะไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นมาเลย เพราะทั้งคู่มีความสามัคคี กันเป็นอย่างดี ในเรื่องราวของอดีตซาติเวรนี้จึงได้นำเอามาเปรียบเทียบในความสัมพันธ์แห่งการสมพงษ์  หามิตรและศัตรูกันได้อีกด้วย คือ ..
คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นศัตรู คนเกิดวันพุธกลางคืน(ราหู) 
คนเกิดวันจันทร์ เป็ศัตรูกับ คนเกิดวันพุธกลางคืน(ราหู)  และ
​​​​​​​คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นมิตรกับ คนเกิดวันจันทร์ 





#คุณยายกลิ่นโสม
#อ่านดวงไทยสไตล์คุณยายกลิ่นฯ
#ดวงดาวบอกวิถี #รู้ดาวอ่านดวง #ดวงคือแผนที่ชีวิต
#เรียนดวงไทยฟรีที่เวปฯบ้านคุณยายกลิ่นโสม #บ้านคุณยายกลิ่นโสม
#เรียนโหราศาสตร์ไทยด้วยตนเอง ที่เวปฯ #www.baankhunyai.com
​​​​​​​
#ดูดวงติดต่อQRcode 

Visitors: 83,897