เมื่อราหูซ้อนราหู ราหูอมจันทร์ในเย็นวันพุธที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔

   
เมื่อราหูซ้อนราหู ราหูอมจันทร์ในเย็นวันพุธที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔

เห็นเค้าเขียน ก็ขอเขียนสักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ายายตกเทรน ราหูซ้อนราหู 555555
 
พรุ่งนี้วันพุธที่ 26 พฤษภาคม เป็นวัน full moon และคราสด้วย และยังเป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกด้วย ซึ่งจะเกิดคราสในวันพรุ่งนี้ช่วงหลัง 6 โมงเย็น ก็เลยมองไปว่าเป็น ราหูซ้อนราหู กันไปอีก เพราะเกิดการคราส(ก็คือราหู) วันพุธกลางคืนซึ่งทางโหราศาสตร์ ถือว่าพุธกลาคืน เป็นวันราหู  จึงทำให้เกิดที่มาของคำว่า ราหูซ้อนราหู  ซึ่งมองในทางวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ ก็จะถือว่าเป็นเรื่องปกติตามธรรมซาติ แต่ถ้ามองแบบด้านโหราศาสตร์ มักจะทักทายไปในทางร้าย ทางไม่ค่อยดี อุบัติเหตุ การเงิน การงาน และ อื่นๆ บลาๆๆๆ ก็ว่ากันไป
 
ทางโหราศาสตร์ หากเมื่อไหร่เอ่ยถึง “ ราหู(๘) ” เราก็จะนึกเบื้องต้นว่า เรื่องราวอะไร๊ อะไร ไม่มีดีซักอย่าง
ซวยงาน งานเจ๊ง เสียเงินเสียทอง เมื่อไหร่พระราหูย้าย หรือ เกิดคราส ไม่มีใครบนว่า ดวงชะตาของคนๆนั้นยังมีดาวอีก ๙ ดวง ก็น่าจะส่งผลด้วยเหมือนกัน แต่กลับมามองกันแค่ พระราหูดวงเดียว ทำให้ชีวิต แย่ ฮ่วยแตก วิบัติ ก็น่าคิดนะ 55555
 
ทั้งๆที่ทางโหราศาสตร์ไทย มีดาวใหญ่ที่จัดว่ามีอิทธิพลบนดวงชะตาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ราหู(๘) นั่นก็คือ พฤหัส(๕) เสาร์(๗) และมฤตยู(๐) ซึ่งสามารถบันดลบันดาลให้ชะตาดี ชะตาร้ายได้แช่นกัน พอๆกับราหู(๘) นั่นเอง ซึ่งจะดีหรือจะร้าย บนดวงกำเนิดเดิม พฤหัส(๕) เสาร์(๗) ราหู(๘) และมฤตยู(๐) นั่นต้องไม่อยู่ ทุสถานะ เรือน นั่นก็คือ อริ มรณะ อริ วินาสน์ และไม่สัมพันธ์ทางลัคนาราศี ( ๑ - ๔ -๗ - ๑๐ ) นั่นเอง
ฉะนั้นเบื้องต้น ให้เราก็ควรจำใหม่นะ บนดวงเรา มีดาว ๑๐ ดวง ที่ส่งผลต่อดวงชะตาให้เราดี หรือ ร้าย มิใช่ดุกันแค่ราศีเดียว ดาวดวงเดียว จริงไหมจ๊ะ !!!
 
เขียนมาตั้งเยอะยังไม่เข้าเรื่อง ราหูอมจันทร์อีก มือก็บม ปวดก็ปวด แต่ยายแกก็อยากเขียน ยายหนอ 555555
 
ที่นี้มาเข้าเรื่อง .. ราหูอมจันทรุปราคา หรือ จันทรุปราคา (ชื่ออื่น เช่น จันทรคาธ , จันทรคราส , ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน; อังกฤษ: lunar eclipse) เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์ผ่านหลังโลกเข้าสู่อัมบรา (umbra) โดยตรง ซึ่งเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์เรียงตรงกันพอดีหรือใกล้เคียงมาก โดยมีโลกอยู่กลาง ชนิดและระยะของอุปราคาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์เทียบกับปมวงโคจร (orbital node) ซึ่งเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์เรียงตรงกันพอดีหรือใกล้เคียงมาก โดยมีโลกอยู่กลาง ชนิดและระยะของอุปราคาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์ 

จันทรุปราคาสามารถดูได้จากทุกที่ในฝั่งกลางคืนของโลก ซึ่งต่างกับสุริยุปราคาซึ่งมองเห็นได้จากพื้นที่ค่อนข้างเล็กของโลก จันทรุปราคากินเวลาเป็นชั่วโมง ขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวงกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีในที่หนึ่ง ๆ เนื่องจากเงาของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ จันทรุปราคายังสามารถดูได้โดยไม่ต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาหรือการป้องกันเป็นพิเศษ เพราะมืดกว่าจันทร์เพ็ญ

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/จันทรุปราคา

การเกิด จันทรุปราคา หรือ ราหูอมจันทรุปราคา ปรากฏการณ์จันทรุปราคาแม้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติก็จริง แต่มีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรม กันมาช้านาน จนถึงมีเรื่องเล่า มีตำนานเรื่องราว “พระราหู พระอาทิตย์ พระจันทร์  ” ว่าทำไมทั้ง ๓ พระ ถึงไม่ถุกกัน ยามต้องถึงกัน กุมกัน เล็งกัน จึงเกิดเป็นปัญหา วุ่นวาย มากมายนั่นเอง

    

ในตำนาน พระราหู พระอาทิตย์ และพระจันทร์ มีว่า
พระราหูกับพระจันทร์และพระอาทิตย์มีเรื่องโกรธเคืองกันอยู่ คือเมื่อครั้งเทวดากวนน้ำอมฤต เทวดาพยายามกีดกันไม่ให้พวกอสูรได้ดื่มน้ำอมฤต แต่พระราหูซึ่งมีกำเนิดเป็นอสูรตระกูลแทตย์ได้ปลอมตัวเป็นเทวดา และได้เล็ดลอดเข้าไปดื่มน้ำอมฤตนั้นได้สำเร็จ
 
ฝ่ายพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งเป็นเทวดาอยู่ในที่ประชุม เห็นพระราหูทำเช่นนั้น จึงทูลพระนารายณ์ให้ทรงทราบ พระนารายณ์กริ้วจึงเอาจักรขว้าง ถูกราหูขาดสองท่อนแต่ก็ไม่ตาย เพราะได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้ว ท่อนหัวกลายเป็นพระเกตุ (ตำนานว่าพระเกตุมีลูกเป็นดาวหางและผีพุ่งใต้)
 
ตั้งแต่นั้นมา พระราหูประกาศเป็นศัตรูกับพระจันทร์และพระอาทิตย์ ทันที คือพระราหูคอยจับพระจันทร์และพระอาทิตย์ กินหรืออมไว้เพื่อเป็นการแก้แค้น ถ้าอมพระจันทร์เราเรียกว่าจันทรุปราคา  ถ้าอมพระอาทิตย์เราเรียกว่าสุริยุปราคา ชาวบ้านเรียก "มีสูรย์มีจันทร์" หรือ "จัทนคราส สุริยคราส"

ฉะนั้นในรูปพระราหูเท่าที่จิตรกรเขียนกันนั้น จะเขียนเป็นหน้าแทตย์ (แทตย์ คือ ยักษ์, ผี, อสูร จำพวกหนึ่ง ) ที่ดุร้าย หางเป็นนาค สีกายดำหลัวๆ แต่ที่เขียนเป็นรูปยักษ์ครึ่งตัว สีเขียวกำลังอมพระจันทร์
ส่วนในทางพระพุทธศาสนา ก็มีประวัติแห่งความเป็นศัตรูระหว่างพระราหูกับพระจันทร์อยู่เหมือนกัน
ตำนานว่าสมัยหนึ่ง เศรษฐีชื่อ หัสวิสัย มีบุตร 3 คน เมื่อคราวทำบุญให้บิดา บุตรทั้ง 3 ทำบุญตักบาตรกัน บุตรคนใหญ่เอาขันทองมาใส่ บุตรคนรองเอาขันเงินมาใส่ บุตรคนสุดท้ายแย่งไม่ทันเลยต้องเอากระทาย (กระทาย คือ กระบุงเล็ก ใช้ตักหรือตวงข้าวของชาวโบราณ) มาใส่ เป็นเหตุให้น้องคนสุดท้องโกรธพี่ทั้งสองมาก

ยิ่งกว่านั้นเมื่อตั้งสัตย์อธิษฐาน พี่ชายทั้งสองก็แย่งตำแหน่งดีๆ ไปเสียเกือบหมด คือคนหัวปีอธิษฐานขอเป็นพระอาทิตย์ พี่คนรองขอเป็นพระจันทร์ น้องสุดท้ายคิดไม่ทันเขาอีกก็โกรธ เลยขออธิษฐานเป็นพี่ชายของพระอาทิตย์และพระจันทร์เสียเลย ให้มีร่างกายใหญ่โตปิดบังแสงพระอาทิตย์แสงพระจันทร์ได้ ครั้น 3 พี่น้องตายลงต่างก็ไปเกิดตามที่ตนตั้งใจอธิษฐานไว้ น้องสุดท้องจึงไปเกิดเป็นพระราหู และคอยบังพระอาทิตย์ พระจันทร์เสมอมา นี่ก็เป็นตำนานแห่งจันทรุปราคา และสุริยุปราคาอีกทางหนึ่ง
 
จะเห็นได้ว่ามีเรื่องราวระหว่าง พระอาทิตย์ พระจันทร์ และพระราหู
ว่าเมื่อใดที่เกิดพระราหูบดบัง พระอาทิตย์ หรือ พระจันทร์  ตั้งแต่ในสมัยโบราณว่า เมื่อใดที่พระราหูบดบัง หรือ อม พระอาทิตย์หรือพระจันทร์ ย่อมส่งผลในเรื่องร้าย กับดวงชะตาของคนนั้นๆ ที่โดนรัศมีคราส จะมีผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ การเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย เกิดการวิวาททะเลาะเบาะแว้ง มีการปะทะ หรือ ว่าจะมีปัญหาในกิจการงาน  บ้างว่าจะมีปัญหาในการเงิน หรือบ้างว่าเกิดปัญหาในบริวาร ฯละ อื่นๆ อีกมากมาย  บลาๆๆๆ ก็ว่ากันไป

ตามความเชื่อ ในคนสมัยโบราณ ตามประเพณีแต่ละท้องถิ่น เมื่อเกิดสุริยุปราคา หรือ จันทรุปราคา ตามความเชื่อของคนในสมัยก่อน ก็จะป้องกันแก้ไข เช่น..
บ้างก็เชื่อว่าผู้หญิงที่กำลังตังครรภ์ให้นำเข็มกลัดมากลัดเสื้อเพื่อป้องกันลูกที่คลอดมาตาเหล่
ในบางพื้นที่จะมีการปฏิบัติเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายนั้นด้วย จะต้องช่วยกันไล่ให้พระราหูหรือกบที่กำลังอมดวงจันทร์อยู่นั้นให้คายดวงจันทร์ออกมา โดยการตีปีบ เคาะไม้ หรือทำเสียงดัง
บางท้องถิ่นก็เชื่อว่าในระหว่างที่เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาให้เอามีดพร้าเฉาะลงบนเปลือกไม้ เพื่อให้ต้นไม้ออกลูกผลดี

อย่างในสมัยที่ยายยังเด็กๆ รุ่นคุณปู่ คุณย่า ตา ยาย พอเกิดสุริยคราส หรือ จันทรคาส  ผู้ใหญ่เค้าก็จะเคาะ ปี๊บ เพื่อไล่ราหูที่อมพระอาทิตย์ หรือ พระจันทร์ ออกไปเสีย เหมือนกัน
ฉะนั้นคนในสมัยโบราณจึงว่า ในวันคราสดังกล่าวว่า ให้ควรระวังหลีกเลี่ยง  
ในวันคราสให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันมิให้รัศมีคราส(โดยเฉพาะในระหว่างราหูอมจันทร์) แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้  เมื่อกลับถึงบ้านให้ อาบน้ำ สระผม  ไหว้พระ เพื่อเป็นการล้างคราสของรัศมีพระราหู 

แต่ก็จะเกิดคำถามอีกว่า บางคนก็อยู่ในรัศมีคราสของพระราหู ก็มิเห็นเป็นอะไรเลย  อืมมม เรื่องก็เป็นเรื่องน่าคิดอยู่ไม่น้อย ในความเชื่อตรงนี้ คนในสมัยโบราณได้ หรือปูมโหรฯ ได้กล่าวบอกไว้ว่า  ใช่ว่าคนทุกคน ที่โดนรัศมีคราสของพระราหูแล้ว จะเกิดเรื่องร้าย เรื่องไม่ดีไปเสียหมด  ก็จะมีข้อยกเว้นสมัยโบราณกล่าวไว้เหมือนกัน


ข้อยกเว้นของโบราณกาล มีว่า….

1. พระราหูของดวงชะตานั้น ต้องไม่ต้องเข้าเป็น ภพ/เรือน อริ มรณะ หรือวินาสน์ แห่งลัคนากำเนิด
2. พระราหูต้องไม่ต้องเข้าเป็นภพ/เรือน อริ มรณะ หรือวินาสน์ แห่งลัคนาปีนั้น และดวงจร
3. ต้องเป็นผู้ที่เกิด ในปีคราส เดือนคราส วันคราส จึงจะถือว่าเป็นชะตาเข้มแข็งพอ

ฉะนั้นในดวงชะตาใด ที่พระราหู กำเนิดหรือปีนั้นๆ ไม่เข้าเป็นภพ/เรือน อริ มรณะ หรือวินาสน์ แห่งลัคนากำเนิดหรือปีนั้นๆ หรือ เป็นผู้ที่เกิด ในปีคราส หรือ เดือนคราส หรือ วันคราส  ก็ย่อมไม่เกิด ผลร้าย หรือ ไม่ดีแก่คนๆนั้น

แต่ก็จะมีปัญหา ตามมาอีกว่า เรามิอาจทราบได้ว่า พระราหู ของดวงชะตาเรา จะเข้าเป็นภพ/เรือน อริ มรณะ หรือวินาสน์ แห่งลัคนากำเนิดหรือปีนั้นๆหรือไม่  และมิอาจทราบว่าเรานั้นเป็นผู้ที่เกิด ในวันคราส หรือ เดือนคราส หรือ ปีคราส หรือไม่ 
เพื่อเป็นการตัดและคลายกังวลใจให้ตัวเรา และคนในครอบครัว จะโดนฤทธิ์คราสของพระราหู และจะทำให้เกิดผลร้าย ไม่ดีกับตนเอง หรือบริวารในครอบครัว แล้วล่ะก้อ  

เราก็สามารถป้องกันได้ .. โดยหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในระหว่างเกิดคราส และวันคราส เพื่อป้องกันมิให้โดนฤทธิ์รัศมีคราส
และหากด้วยร่วมกับการทำบุญ จะทาน ศีล ภาวนา ก็จะถือว่า ดี ทั้งหมดทั้งสิ้น โดยเราจะทำบุญให้ตนเอง เพื่อให้เราฐานบุญเป็นกำลัง ให้เราเข้มแข็ง บุญจะยกดวงชะตาของเราเข้มแข็ง และให้เราปลอดจากสิ่งทั้งปวง

หากทำได้ ก็ควร สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน จักยิ่งดี  และไม่ควรลืม ว่าเราควรทำบุญถวายพระราหูด้วย   ก็จะเป็นเหตุให้เจริญด้วยลาภ มากขึ้นเสียด้วยซ้ำ 
ราหูเป็นดาวแทน ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ กิเลส มาร บ่วงคล้อง ฉะนั้นการสวดมนต์ เจริญภาวนา คือการเจริญพระคาถาของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นการครองสติ ให้หลุดพ้น หรือ บรรเทาด้วย ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ อันจะเป็นผู้ก่อให้เกิดเรื่องราว เรื่องร้ายที่ไม่ดี



   

ตามลัคนาของโลก พระราหู(๘)ท่านเป็นเจ้าเรือนลาภะ แห่งลัคนาของโลก(เกษตรลัคนา)

ฉะนั้นเมื่อสวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญภาวนา ถวายบุญแด่พระราหู เจ้าเรือนลาภ ก็ย่อมจะทำให้เรา นอกจากจะให้ มีสติ พ้นหรือบรรเทา โลภะ โทสะ โมหะ ให้เราพ้นเคราะห์แล้ว และยังจะเป็นการส่งเสริมให้เราบังเกิด ความสำเร็จในกิจการงาน ความสำเร็จในทรัพย์ ความราบรื่นในที่เราติดขัดอยู่ และ ยังจะส่งผลเราเป็นผู้เจริญด้วยบุญอีกด้วย

ฉะนั้นหากใครกังวลใจ ว่าฤทธิ์คราสพระราหู จะทำให้ตนเองและบริวารจะเกิดเรื่องที่ไม่ดี จะเกิดผลร้าย ก็เริ่ม สวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญภาวนาได้เลยนะจ๊ะ และหากจะให้ดีมากๆ ก็ให้สวดมนต์นั่งสมาธิไปทุกๆวันได้ยิ่งดี .ว่าง่ายๆ อยากได้ลาภมากๆ ก็สวดให้มาก เจริญสมาธิมากๆนะจ๊ะ 

ยายก็แค่เห็นบนหน้าเฟส ราหูซ้อนราหู  เรื่องราหูอมจันทร์  ในเย็นวันที่  ๒๖ พฤษภาคม นี้  เห็นเค้าเขียน ก็เลยนึกอยากเขียนบ้างเท่านั้น ไม่มีอะไรมากหร๊อก เดิมตั้งใจจะเขียนถึง พระราหูในมุมมองพระศาสนาด้วย  แต่ไอเจ้ามือยายก็อักเสบมาสองสามเพลาแล้ว ทำงั๊ยทำงัยก็ไม่ยอมหายที อยากเจ็บเจ็บไป แต่ยายอยากเขียนนี่นา เนอะ แต่ขอเขียนเท่านี้แร่ะ จร้าาาา 5555555







#โหราศาสตร์ไทยเรียนด้วยตนเอง  ได้ที่ .. # baankhunyai.com
#เรียนดูดวงฟรีได้ที่เวปบ้านคุณยายกลิ่นโสม
#อ่านดวงสไตล์คุณยายกลิ่นฯ
#Byคุณยายกลิ่นโสม

Visitors: 80,897