โหราศาสตร์กับหมอดูนั้น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

         

 โหรและหมอดูนั้น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

       คนทั่วไปยังเข้าใจและเหมารวมกันว่า คนที่รับผูกดวง หรือคนที่คำนวณแบบเลข 7 ตัว เลข 12 ตัว ดูกราฟชีวิต ดูลายมือ เสี่ยงทายไพ่ป๊อกไพ่ยิปซี ฯลฯ เพื่อทำนายชะตาชีวิต บอกโชคดีหรือเคราะห์ร้ายให้แก่ผู้คนนั้นคือ “หมอดู” เหมือนกันหมด แต่ตามหลักการแล้วผู้รู้ได้แบ่งแยกว่าคนที่เป็นโหรก็คือโหร (astrologer) หมอดูก็คือหมอดู (fortuneteller) คนละอย่างกันทั้ง ๆ ที่วัตถุประสงค์ก็คือการ “ทำนายหรือพยากรณ์ชะตาชีวิต” นั่นเอง แต่รูปแบบการดูต่างกัน คือโหรต้องผูกดวงและดูจากอิทธิพลของดวงดาวโดยใช้คำว่าพยากรณ์ ส่วนหมอดูนั้นดูด้วยวิธีการอื่นและใช้คำว่าทำนาย เพียงแต่ภาษาชาวบ้านเรียกรวมกันว่า “ดูหมอ” หรือ “ดูดวง” เพราะความไม่รู้ จึงทำให้เข้าใจกันอย่างนั้นเอง

           “ในปัจจุบันมักเรียกโหรว่าหมอดู จะเนื่องจากให้หมอดู ดูกันบ่อย ๆ จนชินปากหรือจะเนื่องด้วยโหรผู้ที่รู้จักวิชาโหราศาสตร์มีน้อยไม่มีใครรู้จักมากนัก และวิชาโหราศาสตร์ก็ยังไม่แพร่หลายเข้าถึงประชาชนทั่วไป” (ภูริศักร์ ทุมสวัสดิ์. 2540:2).

        แต่เดิมผู้เขียนเองก็เข้าใจเช่นเดียวกันกับที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจ ตราบจนได้ศึกษาบ้างแล้วจึงรู้ว่าโหรและหมอดูนั้นต่างกัน แต่ก็มีบางส่วนที่เหมือนและคล้ายกันบ้างตามรายละเอียดจากตำรับตำราหลายเล่มที่มีผู้เขียนไว้ ดังนี้

1. โหร คือ ผู้เรียนวิชาโหราศาสตร์ ที่กล่าวถึงอำนาจของดาวที่มีอิทธิพลต่อโลกมนุษย์ โหรเป็นผู้รู้กาลเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ดีร้ายแก่สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลฟ้าครอบรวมทั้งชีวิตมนุษย์ด้วย

2. หมอดู คือ ผู้ที่จะบอกโชคดีหรือการมีเคราะห์ร้ายแก่ท่าน วิชาหมอดูที่ใช้อยู่ทั่วไป คือ เลข 7 ตัว  เลข 12 ตัว กราฟแบบนโปเลียน ไพ่ป๊อก ไพ่ยิบซี  ไพออราเคิล การเสี่ยงทายต่างๆ อี้จิง หินรูน พรหมชาติ  ลายมือ  โหงวเฮ้ง เป็นต้น  (ภูริศักร์ ทุมสวัสดิ์. 2540: 1 – 2).

โหร คือผู้เรียนวิชาโหราศาสตร์ เรียนรู้การโคจรของดาวบนท้องฟ้า เรียกว่าดาราศาสตร์ สามารถคำนวณดาวต่างๆ ที่โคจรในแต่ละราศี กี่องศา กี่ลิปดา รู้เรื่องอธิกมาส-อธิกวาร ในรอบ 1 ปี มีดวงอาทิตย์โคจรปัดเหนือ ปัดใต้ ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซึ่งเป็นอุตุศาสตร์ ต้องเรียนรู้ดาวฤกษ์ 27 กลุ่ม ต้องเรียนรู้ฤกษ์ยาม หาวัน ยาม ฤกษ์ ราศี ดิถีตามกาลโยคประจำปี ให้รู้วันดี ธงชัย อธิบดี อุบาทว์ โลกาวินาศ ต้องรู้เรื่องฤกษ์พานาที (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2525, 715) สามารถให้ฤกษ์ปฏิวัติ ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ปฏิสนธิให้ได้บุตรเป็นหญิงหรือชาย ต้องเรียนรู้ตำราพิชัยสงคราม จิตศาสตร์ แพทยศาสตร์ ล้วนอยู่ในตำราวิชาโหราศาสตร์ ฉะนั้นผู้ที่จะเป็น "โหร" ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ทั้งภูมิศาสตร์ เคหศาสตร์ นรลักษณ์ศาสตร์ ทำให้รู้ถึงอำนาจอิทธิพลของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อโลกมนุษย์ โหรจะเป็นผู้รู้กาลเวลาที่จะเกิดเหตุร้ายแก่สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลฟ้าครอบรวมทั้งเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้นทั้งภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ที่เกิดโดยอิทธิพลดาวและสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ ฯ

หมอดู คือบุคคลที่ทำมาหากินกับการทำนายชะตาชีวิต ดูโชคดี โชคร้าย ให้กับคนที่มีทุกข์ เหมือนจิตแพทย์แต่ใช้การรักษาจิต ด้วยการสะเดาะเคราะห์ รดน้ำมนต์ ปล่อยนกปล่อยปลา แล้วแต่หมอดูจะกำหนด ส่วนใหญ่จะใช้ตำราเลข 7 ตัว เลข 12 ตัว พรหมชาติ  ไพ่ ไพ่ป๊อก ลายมือ เสี่ยงทาย เข้าทรง ฯลฯ หมอดูจึงรู้เฉพาะเรื่องปัญหาชะตาชีวิตคน จึงต่างกับโหรที่จะต้องรู้ชะตาบ้านชะตาเมือง จะต้องใช้ศาสตร์ต่างๆ มากมายมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์พิจารณา ในสมัยโบราณนักโหราศาสตร์มียศถาบรรดาศักดิ์ถึงขั้นเจ้าพระยาโหราธิบดี” (สิงห์โต สุริยาอารักษ์. 2554: ออนไลน์)

ที่มา : https://sites.google.com/site/buddhistastro/lesson-p-1-horasastr-beuxng-tn/horasastr




By_คุณยายกลิ่นโสม ::
ติดต่อดูดวง ID Line  : baankunyai 

......................................
blog : https://baankhunyai.bloggang
#เรียนดวงกันวันละนิด_บ้านคุณยาย.com : https://www.baankhunyai.com 



หมายเหตุจ๊ะ : โหราศาสตร์ไทยที่ยายเขียนในบล๊อคนี้ เป็นการเขียนการอ่านดวงแบบดวงอีแปะ ซึ่งจะเขียนวิธีการให้อ่านง่ายๆตามแบบสไตล์ของยายเท่านั้น วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นการแบ่งปันกัน ซึ่งยายหวังว่าคงเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆผู้ที่สนใจและกำลังศึกษาในวิชาโหราศาสตร์ ได้บ้างนะจ๊ะ

Visitors: 48,536