โหราศาสตร์คืออะไร


โหราศาสตร์คืออะไร ?
สิงห์โต สุริยาอารักษ์ อธิบายว่า “โหราศาสตร์เป็นวิชาพยากรณ์ ที่เนื่องมาจากอำนาจของดวงดาวนพเคราะห์ต่างๆ ที่โคจรอยู่รอบจักรราศีเป็นวิชาที่มีหลักฐานและเหตุผล เป็นวิทยาการที่นับว่าทันสมัยอยู่ตลอดไป และเป็นวิชาที่คงทนถาวรตลอดกาลคู่ไปกับโลกเพราะเป็นเรื่องราวของวิชาที่เกี่ยวกับดวงดาวและโลกมนุษย์ กล่าวถึงอำนาจของดาวที่มีต่อสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก เป็นวิชาการทางนามและรูปแสดงกาลเวลาความส่องสว่าง ความรุ่งโรจน์ ความร้อน ความดึงดูด และพลังงานที่มีต่อพฤติกรรมของคนเราด้วยวิชาโหราศาสตร์ จึงเป็นวิชาที่เกี่ยวกับศาสตร์อันลึกซึ้ง เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งและอาจนับเนื่องอยู่ในไสยศาสตร์ เป็นวิชาที่ลึกลับอยู่คู่กับดาราศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาคำนวณ วิถีโคจรและขนาดน้ำหนัก ระยะ ฯลฯ ของดวงดาวในนภากาศ วิชานี้มีมาแต่โบราณสมัย” (สิงห์โต สุริยาอารักษ์.  2526: 1)


“คำว่า ‘โหรา’ มาจากภาษาสันสกฤตว่า ‘โหราตร์’ ตรงกับภาษามคธว่า ‘อโหริตถะ’ แปลว่า วันกับคืน หรือ 24 ชั่วโมง คำว่า ‘โหราศาสตร์’ แปลว่าวิชาที่ว่าด้วยโมงยามซึ่งศึกษาเกี่ยวกับดวงดาว ธาตุและโลก โหราศาสตร์เป็นวิชาที่มีหลักเกณฑ์การคำนวณและแรงดึงดูดของกระแสธาตุหรือกำลังของดวงดาวในจักรวาล วิชาโหราศาสตร์เป็นวิชาที่กล่าวถึงพลังอำนาจหรืออิทธิพลของดวงดาวต่อโลกมนุษย์ เกิดการรวมตัวกันทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายในโลกมนุษย์ซึ่งแสดงกาลเวลา ความมืด ความสว่าง ความร้อน ความเย็น การดึงดูดพลังงานให้รุ่งโรจน์หรืออัปปางต่อพฤติกรรมของมนุษย์” (ภูริศักร์ ทุมสวัสดิ์. 2540:  1)

บ้างก็อธิบายว่า “โหราศาสตร์ แปลว่าวิชาที่ว่าด้วยโมงยาม ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับดาว ธาตุ และโลก เป็นวิชาที่มีหลักเกณฑ์การคำนวณและแรงดึงดูดของกระแสธาตุหรือกำลังของดวงดาวในจักรวาล โหราศาสตร์ยังเป็นวิชาที่กล่าวถึงพลังอำนาจหรืออิทธิพลของดวงดาวที่มีต่อโลกมนุษย์เกิดการรวมตัวกันทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายในโลกมนุษย์ ซึ่งแสดงเป็นกาลเวลา ความมืด ความสว่าง ความร้อน ความเย็น การดึงดูดพลังงานให้รุ่งโรจน์หรืออัปปางต่อพฤติกรรมของมนุษย์ โหราศาสตร์ยังเป็นวิชาที่ตั้งอยู่บนฐานของสถิติศาสตร์และดาราศาสตร์ ซึ่งโหราศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ เพราะมีเหตุมีผล มีหลักมีฐาน มีที่มาที่ไป มีสถิติเป็นเครื่องยืนยันรับรอง จากการบันทึกและการจดจำ ซึ่งเล่าต่อกันมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับอิทธิพลพลังอำนาจของดวงดาวที่โคจรอยู่บนท้องฟ้า บางกรณีก็ยังใช้เป็นสูตรตายตัวไม่ได้ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยจากสถิติและความชัดเจนของผู้เป็นโหราศาสตร์นั้นเอง” (ความหมายของโหราศาสตร์. 2554:ออนไลน์)

รัตน์-ศิระ นามะสนธิ อธิบายเพิ่มเติมว่า คำว่าโหราศาสตร์เป็นภาษาสันสกฤตหมายความว่า “ศาสตร์ที่กล่าวถึงเรื่องของเวลา” และเรียกว่า “โชยติษ”หรือความรู้ที่ให้ความสว่างแก่มนุษย์ (รัตน์ –ศิริ นามะสนธิ. 2554:  ออนไลน์)



 “.....วิชาโหราศาสตร์นั้น เป็นวิชาที่เกี่ยวกับดวงดาวและมหาจักรวาลที่มีองค์ประกอบของธรรมชาติที่มีกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์มากมายหลายประการที่มีผลกระทบต่อชีวิตคนสัตว์และสรรพสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล ไม่ว่า ลม ฝน อากาศ หรือจุลินทรีย์ใด ๆ ที่ก่อให้เกิดผลดีผลร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่สรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลก แม้แต่การขึ้นลงของกระแสน้ำซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังพากันค้นคว้ากันอีกต่อไปไม่มีวันจบ” (ยอดธง ทับทิวไม้.  2534:  17)



“วิชาโหราศาสตร์คือวิชาที่มีดาราศาสตร์เป็นมูลฐาน เป็นสถิติบันทึก ซึ่งท่านโหราจารย์พยายามจับความสำคัญจากการโคจรของดาวพระเคราะห์บนท้องฟ้า จนสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ (ประการแรกก็คือ) ในการแบ่งฤดูกาล วัน, เดือน, ปี ตลอดจนใช้เป็นเครื่องหมายสำหรับการชี้ทิศทาง เช่น การเดินเรือ ก็จะต้องอาศัยดาวเคราะห์คอยช่วยชี้ทางให้ นอกจากนั้นบรรดาโหราจารย์ตั้งแต่โบราณกาลยังได้เฝ้าคอยสังเกตเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเกิดขึ้นในโลกที่เป็นผลเนื่องมาจากการโคจรของดาวเคราะห์เป็นมูลเหตุ เช่น ตามที่ท่านกล่าวไว้ในบางเรื่องว่า ‘แม้นดวงกา มาใกล้มนุษย์ จะม้วยมุดมรณาเป็นห่าโหง’ เป็นต้น” (เทพย์ สาริกบุตร. อ้างใน ยอดธง ทับทิวไม้.  2541:  102)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้คำจำกัดความคำว่าโหราศาสตร์ หมายถึง วิชาว่าด้วยการพยากรณ์โดยอาศัยการโคจรของดวงดาวเป็นหลัก

คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์ให้นิยามว่า ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการทำนายอนาคต ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของโลก หรือโชคชะตาของมนุษย์ โดยอาศัยตำแหน่งของดวงดาว ในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้ง

คำว่า โหราศาสตร์ มาจากคำว่า โหรา + ศาสตร์ คำว่า โหรา มาจากรากศัพท์สองคำคือคำว่า อโห (AHO) แปลว่ากลางวัน และคำว่า ราตรี (RATI) แปลว่ากลางคืน คำว่าโห+รา รวมกันจึงหมายถึง กลางวันและกลางคืนหรือหมายถึงเวลา ดังนั้นโหราศาสตร์จึงหมายถึงศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเวลา

แต่ในภาษาอังกฤษ โหราศาสตร์ ใช้คำว่า Astrology ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรากศัพท์แล้วพบว่ามาจากคำศัพท์สองคำเช่นกัน กล่าวคือมาจากคำว่า astro แปลว่าดวงดาวบวกกับคำว่า logy มาจากคำว่า logos แปลว่า ศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ คำว่า “โหราศาสตร์” ในภาษาอังกฤษจึงหมายถึง ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับดวงดาว


เราจึงอาจสรุปใจความได้ว่า โหราศาสตร์ ก็คือศาสตร์ที่ใช้ในการทำนาย (divination) ภาษาอังกฤษใช้คำว่าAstrology หมายถึงวิชาที่ว่าด้วยการทำนายและการพยากรณ์ เป็นทั้งการทำนายหรือการพยากรณ์โชคชะตาชีวิตของมนุษย์ ตลอดจนการทำนายหรือการพยากรณ์สรรพสิ่งต่างๆ การทำนายหรือการพยากรณ์ปรากฏการณ์ต่างๆ ของบ้านเมือง และของโลก โดยอาศัยเวลา และตำแหน่งของดวงดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้า เป็นเครื่องชี้ซึ่งหมายถึงโชคชะตาของมนุษย์หรือสรรพสิ่งต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวจะได้รับผลดีหรือผลร้าย ย่อมเป็นไปตามอิทธิพลของดวงดาวที่สัมพันธ์กับเวลา ณ ช่วงเวลานั้น ๆ เป็นสำคัญ

ภาพที่ 2  ภาพสัญลักษณ์ดวง และการแบ่งจักรราศี 12 ราศี ตามหลักโหราศาสตร์

 โดยมีวิธีการคำนวณที่เรียกว่า การผูกดวง (Horoscope) เพื่อหาลัคนา (ลักษณะหรือตัวตนของบุคคลหรือสิ่งนั้น) หาดวงดาวที่เกี่ยวข้องกับภพกำเนิด หาลัคนาจรและดาวจรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จากนั้นจึงแปลความหมายหรืออิทธิพลของดวงดาวเหล่านั้นว่ามีผลกระทบต่อมนุษย์สรรพสิ่ง หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นคำพยากรณ์หรือคำทำนายนั่นเองหรืออีกนัยหนึ่งก็คือโหราศาสตร์เป็นการพยากรณ์โดยวิธีการผูกดวงเท่านั้น การทำนายโดยวิธีการอื่นเช่น การทำนายโดยตำราเลข 7 ตัว การดูลายมือ การดูโหงเฮ้งการดูจากกราฟชีวิต การดูไพ่ยิปซี และการเสี่ยงเซียมซี ฯลฯ จึงไม่ใช่กระบวนการที่อยู่ในความหมายของคำว่า โหราศาสตร์ แต่อย่างใด


ที่มา : https://sites.google.com/site/buddhistastro/lesson-p-1-horasastr-beuxng-tn/horasastr





#เรียนดวงกันวันละนิดกับคุณยายกลิ่นโสม :: 
บ้านคุณยาย.com : https://www.baankhunyai.com
bloghttps://baankhunyai.bloggang
......................................
ดูดวงติดต่อ Line   : baankunyai 


           
Visitors: 32,030